ลงชื่อเข้าใช้   join us on facebook

เทคนิคง่าย ๆ ในการจูงใจลูกน้อง





D - Development

   การพัฒนาและฝึกอบรมเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถ จูงใจลูกน้องให้ทำงานได้ คงไม่มีลูกน้องคนไหน อยากที่จะทำงานกับหัวหน้าที่ไม่เคยคิดที่จะส่งเสริม หรือสนับสนุนให้พวกเค้ามีความรู้และความสามารถที่เพิ่มขึ้น ขอให้หัวหน้างานตระหนักไว้เสมอว่า ไม่ต้องกลัวลูกน้องจะเก่ง หรือดีกว่าตนเอง แบบว่ากลัวลูกน้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ จนเป็นเหตุให้หัวหน้างานไม่สนใจที่จะพัฒนาลูกน้องเลย ทั้งนี้การพัฒนาลูกน้องนั้นมีหลากหลาย วิธีที่หัวหน้างานสามารถทำได้ เช่น

- การสอนงาน (Coaching) : เพื่อให้ลูกน้องเข้าใจวิธีการ และขอบเขตหน้าที่งานที่ต้องรับผิดชอบ

- การส่งลูกน้องเข้าฝึกอบรมกับหน่วยงานภายนอก (In House and Public Training) : เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจมากขึ้น

- การให้คำปรึกษาแนะนำ (Consulting): เพื่อช่วยลูกน้องในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

- การโยกย้ายสับเปลี่ยนงาน (Job Rotation) : เพื่อส่งเสริมให้ลูกน้องเกิดทักษะที่หลากหลาย (Multi-Skill) มากขึ้น

R - Relation

   การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับและลูกน้อง เป็นสิ่งที่หัวหน้างานไม่ควรเพิกเฉย เพราะสัมพันธภาพที่ดีจะทำให้ลูกน้องอุทิศ และตั้งใจในการทำงานให้กับคุณอย่างจริงใจมิใช่การบังคับ ทั้งนี้วิธีการในการเสริมสร้างให้คุณเองมีสัมพันธภาพที่ดีกับลูกน้อง เช่น การพาลูกน้องไปเลี้ยงอาหารกลางวันหรืออาหารเย็น เนื่องในโอกาสพิเศษซึ่งอาจจะเป็นเลี้ยงวันเกิด เลี้ยงลูกน้องกรณีที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือการเริ่มต้นทักทายลูกน้องก่อน .... หรือการถามเรื่องอื่น ๆ กับลูกน้องบ้างที่ไม่ใช่เรื่องงาน หรือการซื้อของฝากหรือของเล็ก ๆ น้อย ๆให้ลูกน้อง ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวัน/โอกาสพิเศษ หรือการรับฟังและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ของลูกน้องที่ไม่ใช่ปัญหาจากการทำงาน หรือการสร้างอารมณ์ขันกับลูกน้องการสร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกับลูกน้องบ้าง

I - Individual Motivation

   ลูกน้องแต่ละคนมีหลากหลายสไตล์ บางคนเงียบไม่ชอบแสดงออก บางคนชอบเอะอะโวยวาย บางคนคิดมาก บางคนขี้น้อยใจ ดังนั้นในฐานะของหัวหน้างาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวิเคราะห์ลูกน้องแต่ละคน ว่าพวกเค้ามีนิสัย บุคลิกลักษณะและความต้องการอย่างไร แต่ละคนจะมีแบบฉบับเฉพาะที่แตกต่างกันไป การจูงใจลูกน้องจึงย่อมต้องแตกต่างกันไป ตามลักษณะนิสัยของแต่ละคน จงอย่าใช้ วิธีการใดวิธีการหนึ่งกับลูกน้องหลาย ๆ คนที่มีความต่างกัน เช่น หากพบว่าลูกน้องของตนชอบที่จะ แสดงความคิดสร้างสรรค์หัวหน้าควรจะมอบหมายงาน ที่ส่งเสริมให้พวกเค้าได้ใช้ความคิดและสามารถนำเสนอ แนวคิดต่างๆ กับคุณได้หรือหากลูกน้องของคุณ เป็นคนชอบโวยวายเมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกับคุณ คุณเองในฐานะหัวหน้างานควรจะสงบนิ่ง และพูดคุยกับลูกน้องอย่างมีเหตุผล เพื่อจูงใจให้ลูกน้องเห็นด้วยกับคุณ

V - Verbal Communication

   คำพูดเปรียบเสมือนดาบสองคมที่ส่งผลทั้งด้านบวก และด้านลบกับตัวคุณเองในฐานะของหัวหน้างาน บางครั้งการไม่พูดหรือนิ่งเฉย จะดูดีกว่าการพูดออกไป โดยเฉพาะคำพูดในทางลบที่อยากให้คุณจงหลีกเลี่ยง ได้แก่ คำพูดที่ประชดประชันเหน็บแนม คำพูดที่ออกคำสั่งโดยไม่มีเหตุผล คำพูดดูถูกความสามารถของลูกน้อง คำพูดที่ปัดความรับผิดชอบหรือโยนความผิดให้กับลูกน้อง คำพูดที่นินทาลูกน้องลับหลัง คำต่อว่าลูกน้อง ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานหรือต่อหน้าผู้อื่น จงพยายามเลือกใช้คำพูดทางบวกที่สร้างสรรค์ และจูงใจลูกน้องให้พวกเค้าอยากทำงานให้กับคุณ เช่น พูดชดเชยเมื่อลูกน้องทำงานสำเร็จ พูดให้กำลังใจเมื่อลูกน้องวิตกกังวลหรือเผชิญปัญหา พูดกล่าวแสดงความขอบคุณเมื่อลูกน้องทำงานให้ พูดเสริมกำลังใจถึงความเชื่อมั่นว่าลูกน้องสามารถ ทำงานนั้น ๆ ได้สำเร็จ

E - Environment Arrangement

   สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถ จูงใจลูกน้องให้อยากทำงาน เพื่อมิให้ลูกน้องรู้สึก จำเจหรือเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมแบบเดิม ๆ พบว่ามีหลากหลายวิธีที่คุณสามารถเลือกใช้ เพื่อสภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เช่น การปรับเปลี่ยนรูปโฉมออฟฟิศใหม่ ไม่ว่าเป็นการจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ใหม่. หรือการจัดหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ในการทำงานต่าง ๆ ให้พร้อมในการทำงาน.... หรือการอนุญาตให้ลูกน้องเปิดเพลงเบา ๆ ฟังเพื่อคลายความตึงเครียดในการทำงาน.... หรือการสร้างทีมงานให้เป็นทีมแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งทีมงานนักอ่านขึ้น โดยการมอบหมายให้ลูกน้องอ่านหนังสือ ที่เกี่ยวข้องกับงานของตนเองและนำมาเล่าให้เพื่อนร่วมงานฟัง ... หรือการจัดประชุมร่วมกันอาจเป็นเดือนละครั้ง หรือสองครั้งตามความเหมาะสมเพื่อสร้างบรรยากาศ ในการทำงานเป็นทีมร่วมกันทั้งนี้คุณอาจใช้เวที ของการประชุมเพื่อแจ้งให้พนักงานรับทราบถึง นโยบายของบริษัทโดยทั่วไปผลการปฏิบัติงาน ของบุคคลถูกกำหนดโดยแรงจูงใจ ความสามารถ และสภาพแวดล้อมของงาน ถ้าบุคลขาดความสามารถ ผู้บริหารสามารถให้การฝึกอบรมได้ ถ้าสภาพแวดล้อมของงานไม่ดี ก็สามารถปรับปรุงได้ดีขึ้นได้ แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องแรงจูงใจแล้ว งานของผู้บริหารมีเป็นสิ่งท้าทายมากขึ้น พฤติกรรมของบุคคล จะซับซ้อนและวิเคราะห์ได้ยาก ทำไมถึงไม่มีแรงจูงใจ จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ดังนั้นการจูงใจจึงมีความสำคัญ เพราะ การจูงใจกระทบต่อผลการปฏิบัติงาน ผลการปฏิบัติงานขึ้นอยู่กับปัจจัยสามอย่างคือ ความสามารถ สภาพแวดล้อม และแรงจูงใจ

ที่มาจาก bloggang.com



โพสท์โดย : jobbkk
วันที่ : 23/02/2012
เวลา : 11:36 น.
  



กรุณารอสักครู่...