ลงชื่อเข้าใช้   join us on facebook
ท่องเที่ยว
 
     
 
หัวข้อทั้งหมด
 

 

  ถนนทุกสายมุ่งสู่กวางโจว
       ทำไมผมต้องกล่าวเช่นนั้น  เพราะเวลานี้  ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ถนนทุกสายล้วนมุ่งสู่กวางโจวอย่างแท้จริง… แทบจะทุกสายการบิน นักท่องเที่ยว พ่อค้า นักธุรกิจฯลฯ ล้วนแล้วเกี่ยวพันกับกวางโจวแทบทั้งนั้น และวันนี้ผมก็พาทุกคนมาที่กวางโจว เพื่อมาเที่ยวชมงานกวางโจวแฟร์
       จากการจัดงานเพียงจุดเล็กๆซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ  50 ปีก่อน ในปี 1957 (ปีหนึ่งจัด 2 ครั้งๆ) พื้นที่เดิม 18,000 ตร.เมตร จนกลายมาเป็น 576, 000 ตร.เมตร ในปัจจุบัน ใหญ่เป็นที่สองของโลกเวลานี้ มีบูธแสดงสินค้าเข้าร่วมงาน 30,058 บูธ ซึ่งงานจะมีสองช่วงของทุกปี คือ 15-20 เม.ย.และ 25-30 เม.ย.ซึ่งเป็นช่วง Spring และ15-20 ต.ค.25-30ต.ค.เป็นช่วง Autumn ของทุกปี
       นับเป็นปกติของทุกๆปีที่มางานกวางโจวแฟร์แล้วต้องเรียกได้ว่า เหมือนคุณได้มางานใหญ่ๆของโลกจนเกือบครบ เพราะงานจัดขึ้นยิ่งใหญ่เหมือนมี 4 งานใหญ่ 4 ที่ในเวลาเดียวกัน!! (จึงจำเป็นต้องจัด 2 ช่วงเวลา) ซึ่งในแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของสินค้าและลักษณะของงาน ทั้งนี้เพราะความใหญ่โตด้วยสินค้าไม่ว่าที่เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว เครื่องหนัง เสื้อผ้า เครืองนุ่งห่ม เวชภัณฑ์จากยา เครื่องมือแพทย์ สินค้าอุปโภคและบริโภค Gift และอุตสาหกรรมทั้งหนักเบาทุกชนิด...
       งานจัดขึ้นสองที่ในเวลาเดียวกันคือที่ Pazhou และ Liuhua ซึ่งใหญ่โตและกว้างขวางมาก ใช้เวลาเดินกันเป็นวันๆ เลยทีเดียว ผู้คนมากกว่า 200,000 รายทั่วโลก พากันมาเยี่ยมชมที่ออกบูธและลงทะเบียนในงานนี้...ว่ากันว่าใครที่ทำการค้าหรือธุรกิจ พลาดงานนี้แล้วก็เห็นจะตกเทรนด์ไปเลยทีเดียว...
       งานกวางโจวแฟร์นับเป็นที่เป็นหน้าตาและเป็นงานใหญ่ประจำปีของมณฑลกว่างตุ้งและ กวางโจวเลยทีเดียว   เพราะนอกจากจะจัดยาวนานมานับ 100 ครั้ง ถึง 50 ปีแล้วก็ยังรวมเอาหมวดสินค้าที่เกือบจะครบทุกหมวดทุกประเภทเอาไว้เข้าด้วยกันในงานนี้ ซึ่งรายละเอียดสามารถหาอ่านได้จาก เว็บไซต์ www.cantonfair.org.cn ได้ตามสะดวก
       ส่วนเรื่องบรรยากาศที่พบเห็นในกวางโจว จะพบเห็นผู้คนที่มาจากทั่วสารทิศทุกมุมโลกมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นแถบเอเชียของเรา หรือ ยุโรป และอเมริกา ที่มุ่งมาหาซื้อของคุณภาพดีราคาถูกราคาโรงงานที่เป็นผลิตภัณฑ์และนวกรรมใหม่ๆ ไปจำหน่ายในรูปแบบของตัวแทนในประเทศของตน 
       อ้อ! อยากจะเสริมตรงนี้นิดนึงครับ ช่วงเดียวกันในเวลาต้นเดือนนี้ ทางฝั่งฮ่องกงก็แย่งจัดงาน Electronic fair ขึ้นมาตัดหน้าไปเหมือนกัน ทั้งที่ปกติฮ่องกงก็ไม่เคยว่างเว้นงานประเภทนี้ ที่เขาจัดตลอดทุกๆปี...ไม่เว้นแม้แต่ที่เสินเจิ้นเองที่เป็นบ้านพี่เมืองน้องและ เมืองใกล้เคียงที่ก็จัดงานมาดักหน้าดักหลังเหมือนฮ่องกง ไม่ว่าจะก่อนและหลังงานกว่างโจวเหว่ย หรือกวางโจวแฟร์ แต่กระนั้นกวางโจวเหว่ยก็ดูเหมือนจะยิ่งกลับคึกคักดุดันยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม
       กลับมาว่างานกว่างโจวแฟร์หรือกว่างเจาเหว่ยกันต่อ  นอกจากผู้คนที่มามากมายจนหาที่พักหรือโรงแรมแทบไม่ได้กันแล้ว ผู้คนยังเบียดเสียดกันมากมายทั้งที่เป็นคนจีนเองหรือชาวต่างชาติ  ทำให้บรรยากาศการเจรจามีกลิ่นอายภาษาต่างปะเทศเข้ามาปะปนเพิ่มสีสรรขึ้นไม่น้อย  ทั้งที่ก่อนหน้านี้แทบจะทุกที่ทุกแห่งในจีนไม่สนใจและนิยมใช้ภาษาต่างประเทศเท่าไหร่นัก      ไม่ว่าจะเป็นภาษาไหนๆในโลก ไม่เว้นแม้ภาษายักษ์ใหญ่อย่างอังกฤษ และนี่คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนที่นี่เริ่มข้องแวะและสนใจเริ่มใช้ภาษาต่างประเทศหรืออังกฤษมากขึ้น และได้ดีกว่าที่อื่นๆในจีน รับการปลุกกระแส Beijing 2008 ที่โปรโมทยิ่งใหญ่ทั่วจีนเวลานี้ ซึ่งเราจะเริ่มพบเห็นป้ายต่างๆทั่วไปตามสถานีรถไฟใต้ดินในจีนหากแต่ผู้คนส่วนใหญ่มักไม่นิยม ใช้ภาษาอังกฤษกันมากเท่านั้นไม่เว้นแม้คนรุ่นใหม่ๆก็ตาม
       มีข้อน่าสังเกตุที่น่าสนใจคือเมืองกว่างโจวผิดกับเมืองอื่นๆทั่วไปในจีนที่จะพบเห็นป้ายภาษาอังกฤษ ติดคู่ภาษาจีนอยู่บ้างประปราย แม้จะไม่มากนัก เพราะแม้แต่เมืองทันสมัยและใหญ่อย่างเสินเจิ้นที่ติดเขตกับฮ่องกงแค่รถไฟฟ้าผ่านชั่ว 45 นาที  ที่มีชาวต่างประเทศอยู่และเข้าออกมากมายแทบทุกนาทีก็มักไม่ค่อยพบเห็นภาษาอังกฤษกันเลย ทำความลำบากให้ชาวต่างชาติอยู่พอสมควร...
       สิ่งที่ต้องอดชื่นชมเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นความเป็นมืออาชีพในเรื่องของการจัดระบบขนส่งมวลชน  และการจัดระบบเรื่องการลงทะเบียนก่อนเข้างาน  การกรอกบันทึกเก็บรายละเอียดฐานข้อมูลลูกค้าที่มีการพัฒนามาจากประสบการณ์จัดงานครั้งก่อนๆ และมีระบบการเรียนรู้ที่น่านำอาไปศึกษามาต่อเนื่อง ซึ่งทำได้เป็นระเบียบและรวดเร็วรองรับงานใหญ่ได้น่าสนใจมากทีเดียว
       ความสำเร็จก้าวหน้าอีกอย่างของงานนี้ จะสังเกตุเห็นได้อีกอย่างจากการเตรียมขยายการก่อสร้างตึกและ บริเวณที่ใช้แสดงงานในครั้งต่อไปในอนาคตที่เริ่มลงเสาเข็มกันไปแล้ว 30% เวลานี้ ว่ากันว่าไอเดียคล้ายคลึงกับที่เยอรมันจนเจ้าของต้นแบบเดิมถึงกับอึ้งที่เพราะ แทบจะเรียกว่าถอดกันออกมาเลยทีเดียว แม้จะไม่ถึงกับลอกกันเป๊ะก็ตาม
       ยังมีอีกหลายความมหัศจรรย์ที่มิอาจกล่าวได้หมดในเวลาและพื้นที่อันจำกัดเพียงเท่านี้  ก็ขอเชิญชมจากรูปกินบรรยากาศงานไปพลางๆ ก็แล้วกันครับ...

 
 


กรุณารอสักครู่...