| |
เดินเล่นเชียงใหม่ ในงานพืชสวนโลก |
สวัสดีครับผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 มา งานนี้ถือได้ว่าเป็นงานที่รวมสุดยอดความมหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ในพื้นที่
เขตร้อนชื้นที่มีความหลากหลายมากที่สุด และใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้
อย่างที่เขาคุยกันไว้เลยครับ ในงานได้รบรวมพรรณไม้กว่า 2,200 ชนิด จำนวนมากกว่า 2.5 ล้านต้น เรียกได้ว่าเป็นการประกาศศักยภาพการผลิตพืชผลทางการเกษตรของไทยสู่เวทีตลาดการค้าโลก
ได้ดีทีเดียว ก่อนที่ผมจะเล่าเกี่ยวกับรายละเอียดภายในงาน ผมขอกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้กันก่อนเลยนะครับ
- ข้อแรกก็อย่างที่ทราบๆ กันดีนะครับว่าปีนี้ ( 2549) เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปี 2549 และฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา จึงจัดงานเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
- อย่างที่สอง เพื่อแสดงศักยภาพในการเพาะปลูกพันธุ์ไม้เขตร้อนและ นวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรของประเทศไทยเรา
- อย่างที่สาม เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเทคโนโลยีด้านพรรณไม้เขตร้อนทั่วโลก
- สุดท้ายก็เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระตุ้นภาคเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการเกษตร ภายใต้ Theme ของงาน
เพื่อนำความรักสู่มนุษยชาติ (To Express the Love for Humanity)
ในการจัดงานสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ยังได้รับการรับรองการจัดงาน ในระดับ A1
อย่างเป็นทางการ จาก สำนักงานมหกรรมโลก (Bureau of International Exposition - BIE) สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (Association of Horticulture Producers - AIPH) และ
ภายใต้การสนับสนุนจาก สมาพันธ์ดอกไม้โลก (World Flower Council - WFC) และ
สมาคมพืชสวนนานาชาติ (International Society for Horticultural Science - ISHS) อีกด้วย สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานของ
ประเทศไทยเราทุกด้าน โดยเฉพาะความพร้อมในด้านขนาดพื้นที่ ระยะเวลาการจัดงาน สาระของการนำเสนอในระดับสากล และความหลากหลายของพืชพรรณไม้ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน
ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของชาวไทยเลย ผมรับประกันว่าของเขาดีจริงๆ ครับ
งานนี้แบ่งส่วนจัดแสดงไว้อย่างเป็นสัดส่วนง่ายต่อการเลือกชมมากเลยครับ โดยแบ่งออกเป็น
3 ส่วนใหญ่ๆ ตามนี้เลยครับ
1. สวนเฉลิมพระเกียรติฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (Royal Garden)
ในส่วนนี้เหล่ารัฐบาลของนานาประเทศทั่วโลก หน่วยงาน องค์กรภาครัฐ และเอกชน ได้จัดสวนพรรณไม้ขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาส เฉลิมฉลองที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และทรงเจริญพระชมมายุ 80 พรรษา
ซึ่งก็จะแยกไปอีกเป็น
- สวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ (International Garden) ที่จัดสร้างขึ้นโดยรัฐบาลจากมิตรประเทศของไทย 33 ประเทศจาก 5 ทวีปทั่วโลก โดยในส่วนนี้จะเน้นการจัดสวนที่สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตื่นตา ตื่นใจมากครับ กับสีสรร และพันธุ์ไม้ของต่างแดน ที่จัดวางกันอย่างงดงาม และสื่อความหมายออกมาได้ชัดเจน
- สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ประเภทองค์กร (Corporate Garden)
ในส่วนนี้จัดสร้างขึ้นโดยหน่วยงาน องค์กร ทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยจะเน้นไปที่การนำเสนอทฤษฎีการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กว่า 80 ทฤษฎี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวไทยเราให้เป็นที่ประจักษ์กับนานาประเทศทั่วโลก
2. สวนพรรณไม้เขตร้อนชื้น Thai Tropical Garden
ส่วนนี้เป็นที่รวบรวมของดีของประเทศไทยเราล้วนๆ เลยครับ ทั้งในด้านพันธุ์ไม้ เทคโนโลยีด้านการเกษตรที่คิดค้นขึ้นโดยภูมิปัญญาไทย โดยมีพื้นที่ถึง 80 ไร่ ประกอบด้วย สวนไม้ผล สวนผัก สวนสมุนไพร สวนไม้น้ำ สวนบอนไซ สวนต้นไม้ประจำจังหวัด สวนไม้ในวรรณคดี สวนต้นไม้ในพุทธประวัติ และอีกมากมายครับ นอกจากนั้น ยังมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีสีสันสวยงามผลัดเปลี่ยนตลอด 92 วันของการจัดงานให้ได้ชมกันอีก เรียกได้ว่าชมดอกไม้กันจนบานฉ่ำไปเลยครับ ซึ่งมาตรฐานในการจัดสวนต่างๆ ในส่วนนี้ ส่วนตัวผมถือเป็นสวนที่สวยสดงดงามและล้ำสมัยที่สุดของประเทศไทยเลยทีเดียวเชียวครับ
3. ส่วนการแสดงกลาง Expo Plaza
ส่วนนี้เป็นที่ตั้งของ หอคำหลวง (Royal Pavilion) ที่ถือได้ว่าเป็นอีก หนึ่งไฮไลท์ของงานเลยครับ โดยในอาคาร 2 ชั้นแห่งนี้จะเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และพระบรมวงศานุวงศ์ นิทรรศการโครงการหลวงต่างๆ นิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งจัดสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยสถาปัตยกรรมล้านนา
ที่ผมชอบมากๆ เลยคือ สองข้างทางที่จะเดินเข้าไปในหอนี้จะขนาบข้างไปด้วยดอกชัยพฤกษ์งดงาม และประทับใจจริงๆครับ
นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ อาคารนิทรรศการหมุนเวียน ขนาดใหญ่ รวมกว่า 10,000 ตารางเมตร อาคารจำหน่ายสินค้า OTOP ตลาดไม้ดอกไม้ประดับ ภัตตาคาร ศูนย์อาหาร ศูนย์บริการผู้เข้าชมงาน
ศูนย์บริการธุรกิจ และศูนย์สื่อมวลชน ซึ่งผู้เข้าชมงานจะได้รับความสะดวกสบายในมาตรฐานการจัดงานระดับโลก
สถานที่สุดท้ายที่ผมจะแนะนำ คือ ลานราชพฤกษ์ครับ ส่วนนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้เข้าชมงานนี้เลยครับ เป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งที่แวดล้อมด้วยต้นราชพฤกษ์ โดยจะมีการแสดง ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม
งานรื่นเริง การแสดงพื้นบ้าน (Street Performance) ขบวนพาเหรดทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศที่มาสร้างความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยวภายในงาน
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ถือเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความประทับใจในงานนี้นะครับ ถ้าจะให้เล่ากันจริงๆ 7 วัน
ก็ไม่จบ 555+ ยังไงใครที่ยังไม่ได้ไปสัมผัส บรรยากาศงานระดับโลกครั้งนี้ ก็ยังไปกันได้นะครับ
งานนี้เขามีกำหนดจัด 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 31 มกราคม 2550 นี้
ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวง ต.แม่เหียะ จ.เชียงใหม่ นะครับ อ่อ!! ฝากไว้เรื่องครับ
งานนี้เขาจำกัดจำนวนผู้เข้าชมต่อวันแค่ 35,000 คนต่อวันเท่านั้นใครที่ต้องการเดินทางใน
ช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ กรุณาจองบัตรล่วงหน้าด้วยนะครับ จะได้ไม่ไปเก้อ
|