| |
กาญจนบุรี ความสุข........มิรู้ลืม |
มีคนเคยบอกไว้ ความสุขของการเดินทาง ไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ระหว่างทางที่เราผ่านไปต่างหาก ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ แล้วชาว Jobbkk อยากรู้รึเปล่าครับ ว่าเพราะอะไรผมถึงเห็นด้วย มาครับผมจะเล่าความสุขของการเดินทางครั้งนี้ให้ฟัง
การเดินทางครั้งนี้จุดมุ่งหมายของผมอยู่ที่ น้ำตกเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ผมออกเดินทางคนเดียวจากกรุงเทพฯตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาขึ้นรถทัวร์ที่สายใต้ใหม่ จากนั้นก็ขึ้นรถทัวร์กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ที่นี่มีรถทัวร์ทั้ง ป1 และ ป2 ถ้าป2 จะราคาถูกกว่า ป1 ครับ ผมจึงเลือกเดินทางด้วยรถ ป2 (เศรษฐกิจแบบพอเพียงครับผม)
รถทัวร์วิ่งออกจากกรุงเทพฯ ผ่านตัวจังหวัดนครปฐม ซึ่งสามารถเห็นองค์พระปฐมเจดีย์ใกล้ๆเลยล่ะครับ จากนั้นรถทัวร์แล่นผ่านจังหวัดราชบุรีเข้าสู่ตัวจังหวัดกาญจนบุรี ผมลงรถเพื่อต่อรถไปน้ำตกเอราวัณที่นั่น
รถที่จะไปน้ำตกเอราวัณ เป็นรถโดยสารขนาดเล็ก เขียนว่า กาญฯ-เอราวัณ ราคาค่าโดยสาร 40 บาทครับสองข้างทางที่มุ่งหน้าสู่น้ำตกเอราวัณนั้นมีต้นหางนกยูงและต้นราชพฤกษ์
หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าต้นคูณนั่นแหละครับ ออกดอกไสวตลอดสองข้างทาง สวยงามจนผมรู้สึกว่าตัวเอง
กำลังอยู่ในภาพวาด อากาศเย็นสบายทั้งที่แดดร้อนจัด อาจจะเป็นเพราะว่าต้นไม้ข้างทางที่ขึ้นร่มรื่น ผมสอบถามลุงคนขับรถโดยสาร ทราบว่าจากตัวเมืองกาญฯถึงน้ำตกเอราวัณนั้นประมาณ 1.30 ชั่วโมง ระยะทาง ประมาณ 66 กิโลเมตรครับรถแล่นไม่เร็วมากทำให้ผมได้ละเลียดบรรยากาศสองข้างทางอย่างเต็มอิ่ม
นอกจากต้นไม้ร่มรื่นแล้วยังมีของขายมากมาย แต่ที่สะดุดตามากที่สุดคือร้านขาย หิน ครับ หินมีหลายขนาดตั้งแต่ก้อนเล็กที่ใช้จัดตู้ปลาจนถึงก้อนใหญ่ที่ใช้จัดสวนกันเลยทีเดียวครับ คนเมืองกาญฯ ยังคงรักษาวิถีชีวิตตั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี ทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าคนไทยยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบไทยๆไว้ได้ทั้งประเทศคงดีไม่น้อยเลย รถแล่นมาถึง สุสานทหารสัมพันธมิตร ที่ตรงนี้มีประวัติดังนี้ครับ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเชลยศึกพันธมิตรเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก ชาวไทยจึงได้อุทิศที่ดินให้เป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตดังกล่าว รถแล่นมาเรื่อยๆผ่านทางเข้า สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกพันธมิตร ได้แก่ มาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ซึ่งมีส่วนหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ไม่น่าเชื่อนะครับว่าวันนึงจะกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทยเรา รถแล่นเรื่อยๆเข้าสู่ศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าผมเห็นป้ายข้างทางเป็นรูปช้างและกระทิง ลุงคนขับเล่าว่าแถวๆนี้จะมีช้างเดินออกมาที่ถนนบ่อยๆ ป้ายนี้จึงหมายถึงให้คนระวังจะขับรถชนช้าง
ผมพยายามกวาดสายตามอง แต่ก็ไม่มีแม้วี่แวว สงสัยจะออกมาตอนกลางคืนน่ะครับ
รถแล่นผ่านภูเขาลูกหนึ่งซึ่งชาวบ้านแถวนั้นเรียกกันว่า เขาชนไก่ อ๋อ ผมจำได้แล้วล่ะครับ สถานที่นี้เองที่เขามาฝึกนักศึกษาวิชาทหารกัน แล้วก็ถูกใช้เป็นฉากในภาพยนต์เรื่องเขาชนไก่นั่นเอง สภาพภูเขาดูแห้งแห้ง แต่รกทึบไปด้วยต้นไม้ ผมมองขึ้นไปข้างบนภูเขาแล้วรู้สึกแปลกๆยังไงบอกไม่ถูกครับ คล้ายๆกับความเกรงขามภูเขาลูกโตที่อยู่เบื้องหน้า เขื่อนท่าทุ่งนา เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งผมนั่งรถผ่านไป ดอกเฟื่องฟ้าที่ปลูกไว้ริมเขื่อน สร้างความสวยงามให้กับเขื่อนเป็นอย่างมากเลยล่ะครับ รถแล่นผ่านศูนย์รวมตะวัน เค้าบอกว่าที่นี่เป็นค่ายฝึกอบรมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ น่าสรใจมากครับ ไว้ขากลับผมว่าจะมาแวะสักหน่อย จากศูนย์รวมตะวันผมเริ่มเห็นแม่น้ำแควแล้วล่ะครับ มีเรือนแพและรีสอร์ทสวยงามมากมาย แม่น้ำแควไหลเอื่อยๆ เห็นแล้วอยากนั่งริมแพแล้วห้อยขาแช่น้ำจังเลยครับ
และแล้วก็มาถึงจุดหมายปลายทางของผมในวันนี้ครับ รถเคลื่อนเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ณ จุดตรงนี้ผมต้องเสียค่าเข้า ผู้ใหญ่เสีย 40 บาท เด็ก 20 บาทครับ รถจอดเพื่อให้ผู้โดยสารลงที่ทางเข้าน้ำตกครับ สามารถเดินไปได้หรือว่าจะนั่งรถไปก็ได้ครับ รถมีลักษณะเหมือนรถที่เค้าใช้กันในสนามกอล์ฟน่ะครับ ถ้าจะขึ้นก็ต้องเสียเงิน 20 บาท ผมอยากรู้ว่าจะเป็นยังไงเลยนั่งดูน่ะครับ 2 ถนนที่รถกอล์ฟวิ่งมีขนาดเล็กมากครับ สองข้างทางมีผีเสื้อเต็มเลย สวยงามมากจริงๆครับ น้ำตกเอราวัณ อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตร ติดต่อกัน ซึ่งแบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้ 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่
กล้วยไม้ป่าหลายชนิดบนคาคบไม้ สายธารน้ำที่ไหลตกลดหลั่นลงมาบนโขดหินสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เสียงสาดซ่า คลอเคล้าด้วยส่งเสียงเพรียกของนกป่า ทำให้สภาพความเป็นธรรมชาติสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นับเป็นบรรยากาศที่เรียกเอาความมีคุณค่าของป่าเขาลำเนาไพรซึมซับเข้าสู่อารมณ์ของผู้ไฝ่ความสันโดษ และรักธรรมชาติโดยแท้จริง ชั้นที่ 7 อันเป็นชั้นบนสุดของน้ำตก เมื่อมีน้ำตกไหลบ่าจะมีรูปคล้าย หัวช้างเอราวัณ จนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่า น้ำตกเอราวัณ
เมื่อรถถึงน้ำตก ผมแทบจะโยนกระเป๋าเดินทางทิ้งแล้วกระโดดลงน้ำตกเลยล่ะครับ ก็น้ำตกสวยมาก อากาศเย็นชื่นใจจนลืมความร้อนของกรุงเทพฯไปเลย ในน้ำตกมีปลาด้วยล่ะครับแต่ผมไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าปลาอะไร เวลาที่เรานั่งเล่นอยู่เฉยๆมันจะว่ายเข้ามาตอดขาเราครับ รู้สึกจั๊กจี้พิลึก
และทั้งหมดที่ผมเล่ามานี่แหละครับ คือ ความสุขระหว่างการเดินทาง ของผม ความรู้สึกเหนื่อยระหว่างเดินทางแทบไม่มีเพราะความงามของจังหวัดกาญจนบุรีมาบดบังความเหนื่อย
ให้หายไปหมดเลยล่ะครับ
การเดินทาง
1.รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ รถปรับอากาศชั้นหนึ่ง ออกทุก 20 นาที
( วิ่งสายใหม่ถนนบรมราชชนนี-นครชัยศรี) ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. รถปรับอากาศชั้นสองออกทุก 20 นาที
ตั้งแต่เวลา 05.10-20.30 น. ( สายเก่าเส้นเพชรเกษม-อ้อมใญ่-นครชัยศรี) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
2. ทางรถยนต์ ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง
ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
|