มีคนจำนวนมากบ่นว่าอายุมากหางานยาก มาเปลี่ยนงาน หรือ เพิ่งตกงาน ตอนอายุ 30 กว่าๆ นี่มันน่ากลัวเพราะไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เปิดดูตามประกาศก็รับแต่คนอายุไม่เกิน 30-35 ปี แล้วจะทำยังไงกันดี ส่วนตัวผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมีการกำหนดอายุคนทำงาน ถ้าประกาศระบุว่ารับคนอายุไม่เกิน 55-60 ปี ผมก็พอเข้าใจนะ เพราะแบบนั้นคือรับเข้ามารอเกษียณแท้ๆ แต่จำกัดอายุไม่เกิน 30 ปีนี่ผมเห็นด้วยว่าเร็วไป เร็วก่อนกำหนดเกษียณอายุตั้ง 3 ทศวรรษ! แต่ในเมื่อมันเป็นนายจ้าง preference มาแบบนี้ มันก็ต้องเป็นต่อไป สำคัญคือเราต้องทำยังไง ปรับตัวยังไง ขอพาไปทำความเข้าใจ concept เพื่อการเอาตัวรอดไม่ให้ตกเป็นบุคคล อายุมากหางานยาก
อายุงานมากเงินเดือนก็มาก จ้างคนจบใหม่ดีกว่า
ทำความเข้าใจกันให้ดีก่อนว่า อายุงานมาก คนละประเด็นกับ ประสบการณมาก ประสบการณ์มาก คือทำมาก ชำนาญมาก มีภูมิปัญญาทาง technical และ managerial สูงๆ พวกนี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัท แต่ อายุงานมาก แบบ สักแต่ว่าเพิ่มแต่จำนวนปีแต่คุณค่าของงานไม่เพิ่ม แต่ละปีเพิ่มแต่อายุการทำงานและฐานเงินเดือนปรับประจำปี แบบนี้คุณไม่มีอะไรจะไป present กับนายจ้างใหม่และสิ่งที่นายจ้างใหม่มองเห็นก็เพียงเงินเดือนที่คุณอยากได้เท่านั้นเท่านี้ เปิดช่องโหว่รูใหญ่ให้เขาเปรียบเทียบว่า งานที่คุณทำเหล่านี้ จ้างคนจบใหม่ทำงานได้เกือบจะเหมือนกัน แต่จ้างคนจบใหม่ประหยัดเงินกว่า 30% อย่างนี้ก็จ้างคนจบใหม่ ไม่เอาคุณ
งานเหล่านี้โดยมากเป็นงาน routine และ service ระดับ staff ทำประจำ ทำซ้ำๆ ทำเหมือนๆเดิม เช่น เสมียน ธุรการ งานเอกสาร ประสานงานทั่วไป บริการลูกค้า พนักงานประจำร้าน รปภ. ฯลฯ งานที่ว่ามามีคนจำนวนมากที่ทำอยู่อย่างเดิมๆมาเป็นเวลาสิบๆปีไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่คิดหางานใหม่หรือปรับยกระดับตำแหน่งเพื่อเติบโตไปไหนจนอายุ 35 อัพๆ กันไปแล้ว พอถึงคราวจะหางานใหม่ก็จะเริ่มยาก ผมยกตัวอย่าง งานบริการลูกค้าประจำร้าน งานนี้ start ที่ 7-8 พันบาท ถ้าคุณทำงานบริษัทเดียวมา 7 ปีปัจจุบันอาจได้ 11,000 บาท แต่จะออกไปสมัครที่อื่นในตำแหน่งเดียวกันและขอ 12,000 แบบนี้ย่อมไม่ได้ คุณมองว่า เพิ่มแค่ 1000 เดียว แต่นายจ้างมองว่าตำแหน่งนี้ start มันแค่ 8-9 พัน ในขณะที่ value ในงานมันก็เหมือนๆกัน
ทำงาน 20 ปี เหมือนคนทำงานมาปีเดียว มีจริงๆ
ที่อเมริกาสมัยช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ พนักงานระดับ junior ในหลายๆบริษัท เป็นกลุ่มแรกที่ถูกปลดออกเป็นจำนวนมากก่อน middle และ senior มีพนักงานบางคนขึ้นไปโวยวายกับทางผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่ง เขาบอกกับผู้จัดการว่า ไล่เขาออกไม่ได้นะ เขามีประสบการณ์กับบริษัทนี้มาถึง 20 ปี ผู้จัดการจึงสวนกลับไปว่า No, you have 1 year experience 20 times over! แปลว่า ไม่จริง คุณมันแค่ประสบการณ์ 1 ปีซ้ำไปซ้ำมา 20 รอบ เป็นการสวนกลับที่อึ้ง ทึ่ง จี๊ด หัวใจสุดๆ กล่าวคือ ผู้บริหารรู้นะครับว่า คุณทำงานสักแต่ว่าทำเช้าชามเย็นชาม หรือ ทำงานแล้วสร้างคุณค่าแท้ให้องค์กร เพียงแต่เขาไม่พูดออกมาก็เท่านั้น
ทำงานมานานแล้วทำไมไม่คิดจะปรับยกระดับตัวเอง
ถามว่าคนที่ทำงานมา 5 ปี 10 ปี ในตำแหน่งเดิมๆ ไม่ปรับยกระดับตำแหน่งและความก้าวหน้าของตนเองจนกระทั่งอายุเยอะและพาตัวเองตันในสายงานในที่สุด... ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เหตุผลเพราะ มนุษย์เป็นสัตว์ที่รักสบายและไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง งาน rountine และ service เป็นงานที่หากคุณทำไประยะเวลาหนึ่งจนเข้าที่แล้ว ขั้นตอนการทำงานทุกอย่างมันเป็นฉากๆทั้งหมด คุณคุ้นเคยและสบายใจที่จะทำ และหากคุณอยู่กับองค์กรใดๆไปเกิน 3-4 ปี คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร คุ้นเคย เคยชินกันผู้คน เวลาการทำงาน ความเป็นอยู่ บรรยากาศ และการเดินทาง เหล่านี้ทำให้คุณรู้สึกสบายใจและจิตใต้สำนึกจะบอกคุณว่านี่แหละใช่พอใจแล้วไม่อยากไปเริ่มต้นใหม่ในสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ภาษาอังกฤษเรียกสภาวะนี้ว่า Comfort Zone
ย้ายก้นออกจาก Comfort Zone เดี๋ยวนี้
เมื่อมี Comfort Zone ฝรั่งก็ตามมาด้วยคำว่า move your ass out of the Comfort Zone ถ้าคุณไม่อยากตกอยู่ใน time trap กับดักกาลเวลาที่ทำงานจนเพลินลืมพัฒนากลับมารู้สึกตัวอีกทีก็อายุ 35 ทำงานมาแล้ว 15 ปีแต่เงินเดือนแค่ 7,000 บาท คุณต้องคว้าสติระลึกตัวเสียแต่วันนี้ว่าคุณทำงานมาแล้วกี่ปี ทำกับองค์กรนี้มานานเท่าไร ตำแหน่งปัจจุบันเป็นอย่างไร และทางไปต่อคืออะไร
- ถ้าคุณอยู่กับองค์กรมาแล้ว 5 ปี อิ่มตัวแล้วหรือยัง ถ้าอิ่มตัวแล้ว และ skill ต่างๆก็เชี่ยวชาญแล้วลองเริ่มหางานใหม่ดู หางานในวันที่ skill มัน peak คือการสร้างมูลค่า พยายามอย่าหางานในวันที่ชีวิตคุณมัน critical เพราะนั่นมันลดมูลค่า ระวังๆๆ
- ถ้าคุณเป็นพนักงานหน้าร้านมา 3 ปีลองมองหาโอกาสเป็น Store Supervisor ดูไหม
- ถ้าคุณเป็นพนักงาน reception โรงแรมมา 3 ปีลองมองหาโอกาสเป็น Reservation หรือ Sales Executive ของโรงแรมบ้าง
- ถ้าคุณเป็น Administrative Purchase มา 3 ปี ลองเสนอตัวขึ้นเป็น Purchase ดูสักตั้ง
ดับล่าง
ผมมองว่าระดับ Junior level ตั้งใจทำงานให้เต็มที่เต็มปรอทสัก 3 ปีแล้วเริ่ม move on ได้แล้วครับ 3 ปีกับสิ่งที่ทำซ้ำๆในตำแหน่งระดับล่างผมถือว่านานนะ ส่วนระดับ middle/senior อย่าง supervisor หรือ manager เวลา 5 ปีนี่คือเริ่ม move on ได้แล้ว Supervisor อาจไปเป็น Manager และ Manager อาจไปเป็น Senior Manager เป็นต้น
บทสรุปและแนวทางแก้ไขเรื่องอายุมากหางานยาก
ไม่มีประโยชน์ที่จะไปร้องเรียนโวยวายว่าทำไมนายจ้างไม่ให้โอกาสคนมีอายุทำงาน หรือจะไปขอออกกฎหมายห้ามกำหนดอายุคนทำงาน เสียเวลาเปล่า วิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดและเริ่มได้เลยคือ เริ่มที่ตัวคุณเอง โดยคิดค้นวางแผนเส้นทาง career path ให้ชัดเจน วางแผนและวางเป้าหมายว่าแต่ละปีคุณจะพัฒนาตัวเองอย่างไร และทุกๆกี่ปีคุณจะก้าวไปทางไหน ป้องกันการตกหลุม time trap กลายเป็นคนแก่ที่หางานยาก เพราะในความเป็นจริงแล้ว เวลา+ประสบการณ์=มูลค่าเพิ่ม มูลค่าเพิ่มในตัวบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรมาก เพราะมูลค่าเพิ่มนี้ส่งต่อไปยังงานในตำแหน่งของคุณและทำให้ผลผลิตของบริษัทมีประสิทธิภาพสูง ประการสำคัญคือ มูลค่าเพิ่มเป็นสิ่งที่ต้องสั่งสมผ่านกาลเวลาเท่านั้น ปั้มออกมาแบบนมอัดเม็ดไม่ได้ คนจบใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานไม่มีทางมีได้เทียบเท่าและไม่มีทางลัดในการเร่งเวลา นี่คือ common sense สุดๆ ที่นายจ้างรู้ดี
ถ้าคุณบริหารตัวเองดีๆ กาลเวลาจะทำให้คุณมีคุณค่าทั้งในด้าน Skill, Experience และ Sense ในการทำงานขั้น advance และสามารถหางานดีๆ ได้แม้วัยจะย่างเข้า 30-40 ปีครับ
ทุกคนสามารถ keep in touch กับผมได้ที่ fanpage นะครับ ติดตามไอเดียดีๆ ข้อมูลเด็ดๆ ไปด้วยกัน CareerAlive โย่ว!
|