...

เมืองนคร จัดประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเมืองนคร ปี 2560 เป็นปีที่ 787

เมืองนคร จัดประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเมืองนคร ปี 2560 เป็นปีที่ 787

 

787 ปี มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ ฯเมืองนคร “หนึ่งเดียวในโลก”- สัญลักษณ์การทำบุญที่ใกล้ชิดพระพุทธองค์-อลังการ 5 ริ้วขบวนผ้าพระบฎพระราชทาน

นครศรีธรรมราช เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญและยิ่งใหญ่เมืองหนึ่งของไทย โดยในอดีตเมืองนครศรีธรรมราชมีเมืองบริวารมากถึง 12 เมือง จึงมีการเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เมือง 12 นักษัตร” และยังเป็นเมืองศูนย์กลางการศาสนา โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยเฉพาะพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า “พระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้าย” เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นสง่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกมาอย่างยาวนานนับพันปี จนมีการเรียกนครศรีธรรมราชว่า“เมืองพระ”มาจนถึงปัจจุบัน

นครศรีธรรมราช จึงมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาต่อเนื่องตลอดทั้งปี เช่น ประเพณี มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ,วิสาขบูชา ,บุญสารทเดือนสิบ,ชักพระออกพรรษา,บุญให้ทานไฟ ยกขันหมากปฐม เป็นต้น โดยเฉพาะประเพณี “มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ” เป็นประเพณีที่เก่าแก่ที่สุด โดยตามคติความเชื่อมแต่ครั้งโบราณที่ว่า “หากจะทำบุญหรือกราบไหว้บูชาให้ได้กุศลจริง ๆ จะต้องปฏิบัติหน้าพระพักตร์หรือใกล้ชิดพระพุทธองค์ให้มากที่สุด แต่เมื่อพระพุทธองค์เสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้ว การได้ทำบุญกราบไหว้พระพุทธรูป พระเจดีย์ ยิ่งถ้าเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าก็เสมือนว่าได้ทำบุญหรือกราบไหว้บูชาอย่างใกล้ชิดกับพระพุทธองค์เช่นเดียวกัน”

การจัดกิจกรรม “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” ได้ยึดถือปฏิบัติต่อเนื่องกันมาจนเป็นประเพณีที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนครศรีธรรมราช และมีเพียงแห่งเดียวในโลกก็ว่าได้ แต่เดิมจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือวัน “มาฆบูชา” และในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวัน “วิสาขบูชา” แต่ในระยะหลัง ๆ ชาวพุทธจะนิยมมาร่วมแห่ผ้าขึ้นธาตุในวันมาฆบูชามากกว่าในวันวิสาขบูชา ทางจังหวัดจึงหันมาเน้นการจัดงานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุในวันมาฆบูชาเป็นหลัก เรียกว่าประเพณี “มาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ” มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตามตำนานระบุว่าในราว พ.ศ. 1773 ในขณะที่พระเจ้าศรีธรรมโศกราช และชาวเมืองนครศรีธรรมราชกำลังจัดเตรียมงานสมโภชองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ปรากฏว่ามีชาวเมืองอินทปัตย์ในเขมร ประมาณ 100 คน เดินทางด้วยเรือสำเภาเพื่อนำผ้าพระบฏ ซึ่งเป็นผ้าที่มีลายเขียนเกี่ยวกับพุทธประวัติมุ่งหน้าไปบูชาพระพุทธเจ้าที่เมืองลังกา แต่เรือสำเภาเกิดถูกพายุจนอับปางกลางทะเล ผ้าพระบฏและชาวอินทปัตย์รอดชีวิตประมาณ 10 คน ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นที่ชายหาดในอำเภอปากพนัง ชาวบ้านในอำเภอปากพนัง จึงนำผ้าพระบฏมาถวายพระเจ้าศรีธรรมโศกราช จนมีมติร่วมกันว่าในการสมโภชพระบรมธาตุเจดีย์ในวันเพ็ญเดือน 3 หรือ “วันมาฆบูชา”จะมีแห่นำเอาผ้าพระบฏดังกล่าวไปถวายโอบห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อบูชาพระพุทธเจ้า หรือ “ถวายเป็นพุทธบูชา” โดยชาวอินทปัตย์ก็เห็นดีเห็นงามด้วย ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุจึงเกิดขึ้นและยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

 

นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ประเพณี “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุที่เมืองนคร”นับเป็นกิจกรรมที่ณรงค์ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดกิจกรรมต่าง ๆในวันมาฆบูชา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อจรรโลงสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีคุณธรรม จริยธรรมอย่างยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมของชาวพุทธที่ปฏิบัติสืบทอดต่อเนื่องกันมายาวนานเกือบ 800 ปี และยังสนองยุทธศาสตร์จังหวัดในประเด็น “นครแห่งอารยธรรม” และสนับสนุนการผลักดันวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลก โดยมีกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีสมโภชและอัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทาน การร่วมสวดมนต์ ฟังธรรม เจริญจิตภาวนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา การจัดนิทรรศการ เรื่อง“ต้นธารสยาม–ลังกาวงศ์”การสาธิตการผลิตการทอและการแสดงผ้าพระบฏ 4 ภาค การเขียนลายพุทธประวัติบนผืนผ้าพระบฏ พิธีกวนข้าวมธุปายาส 12 กระทะ 12 นักษัตร การจัดตลาดนัดโบราณขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง การสาธิตการผลิตและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ การแสดงหนังตะลุง มโนราห์ เพลงบอก และนิทรรศการเรื่อง“ความคืบหน้า พระบรมธาตุเจดีย์สู่มรดกโลก” เป็นต้น

การจัดประเพณี“แห่ผ้าขึ้นธาตุ”ในปีนี้เป็นปีที่ 787 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สวนศรีธรรมโศกราชและวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร รวมทั้งวัดและสถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยนอกจากจะมีผ้าพระบฏของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และประชาชนแล้ว ยังมีผ้าพระบฎพระราชทานจำนวน 5 ผืน ประกอบด้วย ผ้าพระบฏพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และผ้าพระบฎของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งตรงกับ“วันมาฆบูชา”ในภาคเช้าเวลา 06.30 น. มีพิธีทำบุญตักบาตร ณ.วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จากนั้นในเวลา 15.00 น. จะเป็นช่วงไฮไลต์สำคัญที่สุดของประเพณี “มาฆบูชา แห่ผ่าขึ้นธาตุนานาชาติที่เมืองนคร” คือการประกอบพิธี “แห่ผ้าขึ้นธาตุ” โดยริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่อลังการ ตระการตา โดยการอัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทานนำหน้าริ้วขบวน ตามด้วยขบวนแห่ผ้าพระบฏของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน ริ้วขบวนผ้าพระบฏนานาชาติ ขบวนผ้าพระบฏผืนใหญ่ที่ ผ้าพระบฏที่ยาวที่สุดไม่น้อยกว่า 2.5 กิโลเมตร ริ้วขบวนเคลื่อนออกจากศาลาประดู่หก ไปยังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อประกอบพิธีถวายผ้าพระบฎเป็นพุทธบูชา ส่วนภาคกลางคืนชาวพุทธมารวมตัวกันนับแสนคน ณ. บริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อร่วมกิจกรรมเวียนเทียนมาฆบูชา

นางสาวลดาวัลย์ ช่วยชาติ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทั้งก่อนการจัดงานและระหว่างการจัดงานมาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ ประจำปี 2559 ททท.นครศรีธรรมราช ได้ประชาสัมพันธ์การจัดงานผ่านสื่อต่าง ๆ นอกจากนี้ได้จัดทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์การจัดงาน จัดทำ e-poster แปลเป็นภาษาจีน เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ที่มีเชื้อสายจีน ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนที่นับถือพุทธศาสนา เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมสู่อารยธรรมเมืองนครฯ” ซึ่งคาดจะมีเงินสะพัดในช่วงดังกล่าวนับร้อยล้านบาทอย่างแน่นอน

ในขณะที่นายสนั่น ศิลารัตน์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติหน้าที่นายกอง์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า อบจ.นครศรีธรรมราช ได้สนับสนุนงบประมาณกว่า 500,000 บาท ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การประกวดสวดมนต์ ตอบปัญหาเมืองลิกอร์ การประกวดร้องเพลงส่งเสริมคุณธรรม กิจกรรมเวียนเทียน การจัดสถานที่กวนข้าวมธุปายาส ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร รวมทั้งการประชาสัมพันธ์การจัดงานมาฆบูชา แห่ผ้าขึ้นธาตุ ผ่านสื่อต่าง ๆ และร่วมจัดริ้วขบวนแห่ผ้าขึ้นธาตุในวันที่ 11 ก.พ.2559 อย่างยิ่งใหญ่อลังการอีกด้วย.

ขอขอบคุณข่าวและภาพประกอบ  : สื่อมวลชน คุณไพฑูรย์ อินทศิลา/กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ /นครศรีธรรมราช 
 

 

 

และสำหรับข่าวสารดี มีสาระ พร้อมกิจกรรม เพื่อนๆ สามารถติดตามพวกเราได้ที่
JOBBKK Facebook Fanpagehttps://www.facebook.com/JOBREGION
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง