...

พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช พระพุทธรูปโบราณคู่พระธาตุเมืองนครฯ

พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช พระพุทธรูปโบราณคู่พระธาตุเมืองนครฯ

 

พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่่หลายคนไม่ทราบว่าประดิษฐานในพระวิหารหลวง ภายในวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมืองนครศรีธรรมราช กว่า หลายร้อยปี ถึงแม้รูปแบบพระวิหารหลวงจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากทรงมณฑป มาเป็น ทรงนิยมในสมัยอยุธยาตอนต้น และความแปลกตาเมื่อพบเห็นก็คือ ศิลปะการสร้างพระวิหารหลวงที่มีศิลปะเฉพาะตัว หน้าบันหน้าพระวิหารหลวง มีการเแกะสลักไม้ลงลักปิดทอง ลายตัว รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และด้านหลังพระวิหารหลวง เป็นรูป พระนารายณ์ทรงสุบรรณ์ 

วัดพระมหาธาตุฯ เป็นวัดเก่าแก่และมีความสำคัญยิ่งของนครศรีธรรมราชมาแต่โบราณ ด้วยเป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง ภายในวัดมีปูชนียวัตถุ-สถานเป็นอันมาก สิ่งหนึ่งคือ พระวิหารหลวง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ขององค์พระมหาธาตุ

พระวิหารหลวง เชื่อกันว่าสร้างตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นของคู่กัน มากับพระมหาธาตุเจดีย์ ชาวลังกาเป็นผู้เข้ามาก่อสร้างและบำรุงรักษา ตลอดมา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้ บูรณะซ่อมแซมและขยายพระวิหารให้กว้างขวางขึ้น พระวิหารหลวง จึงมีลักษณะเป็นแบบอาคาร ที่นิยมสร้างกันในสมัยกรุงศรีอยุธยา คือตั้งเสาเอนปลายสอบเข้าหากันทำให้ดูอ่อนช้อยงดงาม มีเสาพาไลเป็นเสากลมเอนสอบเข้ารับชายคาโดยรอบมีคันทวยค้ำยัน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานขนาดใหญ่ รูปแบบสกุลช่างภาคใต้ชื่อ พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช พระวิหารหลวงนี้ใช้งานเป็นอุโบสถเพราะมีใบเสมาล้อมรอบ หน้าบันเป็นไม้แกะสลัก ด้านหน้าเป็นรูปช้างสามเศียร ด้านหลังเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ เพดานเขียนลายไทยปิดทอง มีลายดาวเป็นแฉกรัศมีงดงามมาก

พระวิหารหลวงนี้ แท้จริงแล้ว คือพระอุโบสถของวัดพระมหาธาตุฯ แต่ชาวเมืองเรียกกันว่า พระวิหาร อาจด้วยว่าแต่เดิม อาคารนี้ใช้เป็นพระวิหารจริงๆ เพราะวัดพระมหาธาตุในสมัยโบราณ ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา คงให้พระอยู่ในวัดที่ล้อมรอบ พระมหาธาตุทั้ง 4 ทิศ เมื่อมาเปลี่ยนแปลงภายหลัง ผู้คนยังเรียกติดปากว่า พระวิหารอยู่เช่นเดิม

พระวิหารหลวงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ "พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช" เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราช คู่กับพระบรมธาตุเจดีย์ มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น

 

ประวัติตามตำนานเล่าว่า 

พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช เป็นพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่ ปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทองสวยงามสง่า ขนาดหน้าตักกว้าง 3 วา 1 ศอก 12 นิ้ว สูง 5 วา

มีตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองนครศรีธรรมราช ทรงขอพระพุทธสิหิงค์จากพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ก่อนเสด็จฯ กลับกรุงสุโขทัยได้ทำสัญญาท้าสร้าพระพุทธรูปแข่งกัน โดยให้เริ่มสร้างพร้อมกัน เสร็จพร้อมกัน และให้ชื่อเหมือนกันว่า พระศรีศากยมุนี  พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เสด็จฯกลับถึงกรุงสุโขทัยแล้วทั้งสองอาณาจักรสร้างพระพุทธรูปดูฤกษ์ดูยามเริ่มก่อสร้างในวันเวลาเดียวกัน

แต่พระศากยมุนีฯ เมืองนครศรีธรรมราช สร้างได้ใหญ่โตกว่าของกรุงสุโขทัย และชาวนครศรีฯ ถวายนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช

ทั้งนี้เบื้องหน้าพระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช มีพระพุทธสาวก คือพระโมคคัลลาน์ และพระสารีบุตร ประทับนั่งอยู่ด้านซ้ายขวา นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปยืนพระพุทธรูปยืนปางต่างๆอีกหลายองค์

พระศรีศากยมุนีศรีธรรมราช แม้จะเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ประดิษฐานในพระวิหารใหญ่โต ลำดับต้นๆ ของประเทศ แต่มีคนรู้จักพระนามของท่านน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับพระพุทธรูปองค์อื่นๆ ที่มีขนาดย่อมกว่า หากได้มาเยือนวันพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ควรเข้าไปสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล 

พระศรีศากยมุนีฯ เมืองนครศรีธรรมราช  เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง มายาวนาน หากมาเยือนเมืองนครฯ ห้ามพลาดมากราบพระศรีศากยมุนีศรีธรรมราชองค์นี้ เพื่อเป็นสิริมงคล กับชีวิต ด้วยพระเนตรของพระพุทธรูปที่มองด้วยความเมตตา แก่ผู้มากราบไหว้ และความสง่าสวยงามของ นพรัตน์สังวาย์ สวยงามล่ำค่า รวมทั้งพระพุทธรูปในยุคสมัยต่างๆ อยู่ในภายพระวิหารหลวง เป็นสิ่งที่ชาวนครได้มีความเคราพนับถือมาช้านาน

เพดานพระวิหารหลวง มีดาราเป็นแฉกรัศมี บนพื้นเพดานสีแดงชาด

 

ภาพโดย : pongsit danprasertkul

 

 

 

และสำหรับข่าวสารดี มีสาระ พร้อมกิจกรรม เพื่อนๆ สามารถติดตามพวกเราได้ที่
JOBBKK Facebook Fanpagehttps://www.facebook.com/JOBREGION
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง