2026-10-16 15:22:56
33

หากนำข้อมูลทั้งหมดมาเปรียบเทียบ จะเห็นภาพของตลาดแรงงานที่ไม่ได้เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน
|
สายงาน |
แนวโน้มการเปิดรับสมัคร |
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ |
|
MarCom |
ลดลง 42% |
Lean + AI + Automation |
|
Marketing |
ลดลง 39% |
ต้องการคนที่มีทักษะกว้างขึ้น |
|
Digital Marketing |
ลดลง 29% |
AI/Data เข้ามาช่วยงาน Routine |
|
Sales/PC |
ลดลง 71% |
E-Commerce และ Digital Commerce |
|
Sale Executive |
ลดลง 38% |
เน้น Productivity ต่อคน |
|
Sales ทั่วไป |
ลดลง 33% |
Digital Selling |
|
Telesales |
ลดลง 29% |
CRM + Automation |
|
พนักงานเสิร์ฟ |
ลดลง 48% |
QR Ordering + Self-Service |
|
ร้านอาหาร/โรงแรม |
ลดลง 43% |
Central Kitchen + Process Optimization |
|
ผู้จัดการร้าน |
ลดลง 15% |
Technology ช่วยบริหารหลายสาขา |
|
QA/QC |
เพิ่มขึ้น 62% |
Smart Factory + Quality Standard |
|
Production Planning |
เพิ่มขึ้น 32% |
Data + Automation |
|
พนักงานขนส่ง |
เพิ่มขึ้น 29% |
E-Commerce + Distribution |
|
พนักงานคลังสินค้า |
เพิ่มขึ้น 19% |
Decentralized Logistics |
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า AI และ Technology ไม่ได้ทำให้ตลาดแรงงานทั้งหมดหายไป แต่กำลังย้าย Demand จากงานบางประเภทไปยังงานอีกประเภทหนึ่ง
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานปี 2026 คือแนวคิดเรื่อง Productivity
องค์กรไม่ได้วัดเพียงว่ามีพนักงานกี่คน แต่ต้องการรู้ว่า
พนักงานหนึ่งคนสร้างมูลค่าให้บริษัทได้เท่าไร
แนวคิดนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน โครงสร้างองค์กร หลายด้าน
ตำแหน่งที่ทำงาน Routine มีแนวโน้มถูก Automation เข้ามาช่วย
งานที่สามารถทำผ่านระบบดิจิทัลได้ถูกลดขั้นตอน
ตำแหน่งงานที่ซ้ำซ้อนถูกควบรวม
คนหนึ่งคนรับผิดชอบ Scope งานกว้างขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สร้าง Business Value สูงได้รับความสำคัญมากขึ้น
องค์กรลงทุนกับ Technology เพื่อเพิ่ม Productivity ของแรงงาน
นี่คือเหตุผลที่ตลาดแรงงานอาจเกิดปรากฏการณ์ “งานน้อยลง แต่ค่าตัวของคนที่ใช่สูงขึ้น”
ประเด็นเรื่องเงินเดือนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรจับตามอง
ข้อมูลที่นำเสนอในรายงานนี้พบว่า หลายสายงานมีการปรับเงินเดือนเฉลี่ยของกลุ่มผู้มีประสบการณ์ 0-2 ปีเพิ่มขึ้น เช่น
Marketing: เพิ่มประมาณ 3,000-4,000 บาท
Sales: เพิ่มประมาณ 2,000 บาท
Manufacturing: เพิ่มประมาณ 3,000 บาท
สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเงินเดือนของแรงงานทุกกลุ่มจะเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน
แต่กำลังสะท้อนแนวคิดใหม่ของนายจ้างว่า “ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อคนที่มีทักษะตรง”
องค์กรอาจไม่ต้องการจ้างคน 10 คนเพื่อทำงาน 10 อย่าง หากสามารถจ้างคน 5 คนที่มีทักษะสูงกว่าและใช้ Technology ช่วยทำงานได้
ดังนั้นงบประมาณด้านบุคลากรอาจไม่ได้ถูกลดลงทั้งหมด แต่ถูก จัดสรรใหม่ไปยัง Talent ที่มีมูลค่าสูงกว่า
จากแนวโน้มทั้งหมด สิ่งที่คนทำงานควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงการหางาน แต่คือการเพิ่ม Employability ของตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็น Data Analytics, Digital Marketing, Engineering, Automation, Technology, Supply Chain หรือทักษะเฉพาะทางอื่น ๆ
สิ่งสำคัญคือควรเลือก Skill ที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง
ไม่จำเป็นต้องเป็น AI Engineer แต่ควรรู้ว่า AI สามารถเข้ามาช่วยงานของตัวเองได้อย่างไร
คนที่ใช้ AI ทำงานได้เร็วขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้น หรือสร้าง Output ได้มากขึ้น จะมีโอกาสสร้าง Productivity สูงกว่าคนที่ทำงานด้วยกระบวนการเดิมเพียงอย่างเดียว
เมื่อ Routine Work ถูก Technology ช่วยมากขึ้น ทักษะที่ AI ทำแทนได้ยาก เช่น
Critical Thinking
Problem Solving
Communication
Negotiation
Leadership
Creativity
Collaboration
จะยิ่งมีความสำคัญ
ตลาดแรงงานกำลังให้ความสำคัญกับ Proof of Skills
ผู้สมัครจึงควรสามารถแสดงให้เห็นว่าเคยสร้างผลลัพธ์อะไร เช่น
“เคยทำงาน Marketing” อาจมีน้ำหนักน้อยกว่า
“เคยวางแผน Campaign และเพิ่ม Conversion ได้ X%”
เพราะองค์กรสามารถเห็นได้ทันทีว่าความสามารถนั้นสร้าง Value ได้อย่างไร
ข้อมูลตลาดแรงงานปี 2026 จาก JOBBKK สะท้อนภาพสำคัญว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีไม่ได้ส่งผลให้ตำแหน่งงานลดลงทุกอุตสาหกรรม แต่กำลังทำให้ โครงสร้างความต้องการแรงงานเปลี่ยนไป
สายงานที่มีงาน Routine สูงและสามารถใช้ Automation หรือ AI เข้ามาทดแทนกระบวนการบางส่วนได้ มีแนวโน้มถูกลดจำนวนหรือควบรวมตำแหน่ง เช่น MarCom, Marketing, Sales, PC, Telesales และงานบริการหน้าร้าน
ในทางกลับกัน งานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต เทคโนโลยี การควบคุมคุณภาพ การวางแผน และ Logistics กลับมีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งที่สนับสนุนการขยายตัวของ Smart Factory และ Digital Economy
สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียง Job Displacement แต่เป็น Job Transformation
องค์กรกำลังเปลี่ยนจาก
“มีคนเยอะเพื่อทำงานเยอะ”
ไปสู่
“มีคนที่ใช่ ใช้ Technology ให้เป็น และสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้น”
และนี่คือเหตุผลที่ Lean Organization, Selective Hiring และ Skill-Based Workforce จะกลายเป็นแนวคิดสำคัญของตลาดแรงงานในปี 2026
สำหรับคนทำงาน บทเรียนสำคัญที่สุดคือ อย่ามองเพียงว่าตำแหน่งงานไหนกำลังลดลง แต่ต้องมองต่อว่าตลาดกำลังต้องการ “ทักษะอะไร” แทนตำแหน่งเหล่านั้น
เพราะในตลาดแรงงานยุคใหม่ คนที่มีความได้เปรียบอาจไม่ใช่คนที่ทำงานแบบเดิมได้ดีที่สุด แต่เป็นคนที่สามารถ ใช้ทักษะ + Technology + AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สูงขึ้นในเวลาที่น้อยลง
และเมื่อองค์กรต้อง Lean มากขึ้น การแข่งขันในตลาดแรงงานก็จะเปลี่ยนจาก “ใครมีคุณสมบัติครบที่สุด” ไปสู่ “ใครสร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้มากที่สุด” อย่างชัดเจนในปี 2026
ตลาดแรงงานไทยปี 2026 มีแนวโน้มเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมากขึ้น โดยองค์กรให้ความสำคัญกับการเพิ่ม Productivity การควบคุมต้นทุน และการนำ AI กับ Automation เข้ามาช่วยลดงานที่เป็น Routine ส่งผลให้ความต้องการแรงงานไม่ได้เพิ่มหรือลดในทิศทางเดียวกันทุกอุตสาหกรรม แต่จะเปลี่ยนไปตามประเภทของงานและทักษะที่ตลาดต้องการ
งานที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนหรือช่วยลดขั้นตอนได้มีแนวโน้มถูกลดจำนวนลง ขณะที่งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ การวิเคราะห์ข้อมูล การควบคุมระบบ การวางแผน และการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีมีแนวโน้มได้รับความต้องการมากขึ้น
เพราะธุรกิจต้องเผชิญกับทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว การมีพนักงานจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเสมอไป
Lean Organization จึงเข้ามาช่วยให้องค์กรลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ควบรวมงานที่ซ้ำซ้อน ใช้ Automation และ AI ช่วยงาน Routine และจัดสรรบุคลากรไปยังงานที่สร้างมูลค่าให้ธุรกิจมากขึ้น
เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง “ลดจำนวนพนักงาน” แต่คือ “เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรด้วยทรัพยากรที่มีอยู่”
ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ลักษณะของงานกำลังเปลี่ยนไป
งาน Marketing ที่เป็น Routine เช่น การสร้าง Content เบื้องต้น การจัดทำ Report การรวบรวมข้อมูล หรือการทำงานซ้ำ ๆ บางประเภทสามารถใช้ AI และ Automation เข้ามาช่วยได้มากขึ้น ทำให้บางองค์กรลดจำนวนตำแหน่งงานหรือรวมหลายหน้าที่เข้าด้วยกัน
ในขณะเดียวกัน นักการตลาดที่มีทักษะด้าน Data Analytics, Marketing Strategy, Customer Insight, Performance Marketing และ AI ยังมีความสำคัญ เพราะต้องเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์ ตรวจสอบข้อมูล และตัดสินใจว่าจะใช้ Technology อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจ
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการซื้อผ่านหน้าร้านไปสู่ E-Commerce, Social Commerce และ Live Commerce มากขึ้น
นอกจากนี้ CRM, Chatbot และระบบ Automation ยังช่วยลดงานบางส่วนที่เคยต้องใช้พนักงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม งานขายไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่กำลังเปลี่ยนจาก Traditional Sales ไปสู่ Digital Sales และ Data-Driven Sales มากขึ้น ทำให้ทักษะอย่าง CRM, Customer Analytics, Social Selling และ Consultative Selling มีความสำคัญมากขึ้น
เเชร์
เนื้อหาแนะนำ