2026-10-31 00:02:27
7

ตลาดแรงงานไทยปี 2026 เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ระดับสายอาชีพ (Occupational Shift) "สายงานขาย B2B เชิงเทคนิค (+405% ถึง +561%)", "สายงานวิศวกรรม/ช่างเทคนิค (+11% ถึง +70%)" และ "สายงานพัฒนาธุรกิจ & R&D (+38% ถึง +87%)" เติบโตสูงที่สุด จากอานิสงส์การขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน Data Center และเทคโนโลยี EV ในทางกลับกัน "สายงานบริการหน้าเคาน์เตอร์/PC (-47% ถึง -55%)" และ "สื่อสารการตลาด/กราฟิกดั้งเดิม (-17% ถึง -42%)" ลดลงอย่างหนักจากการถูก AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทนงานรูทีน สำหรับปี 2027 ตลาดจะยกระดับสายงานสร้างสรรค์ไปสู่ AI-Augmented Roles และเปลี่ยนงานบริการด่านหน้าไปสู่ Customer Experience (CX) Specialist
จากสถิติตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครช่วงไตรมาส 1–3 ของปี 2026 เมื่อเทียบกับปี 2025 แสดงให้เห็นชัดเจนว่าตลาดแรงงานมุ่งเน้นความต้องการไปที่ "งานเชิงเทคนิค งานสนาม และงานขายที่สร้างรายได้ตรง" มากกว่างานสนับสนุนดั้งเดิม:
-1200x630-2 (1).webp)
สายงานขายเชิงเทคนิคและ B2B (Technical & B2B Sales):
ขายอุปกรณ์ IT / ไฟฟ้า / อิเล็กทรอนิกส์ (+561%), ขายวัสดุก่อสร้าง (+486%), ขายสินค้าอุตสาหกรรม (+405%)
ปัจจัยและสถิติขับเคลื่อน: การเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม โครงการ Data Center และเม็ดเงินลงทุน BOI ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์/พลังงาน ส่งผลให้องค์กรต้องการพนักงานขายที่เข้าใจเทคโนโลยีซับซ้อนเพื่อปิดดีลโครงการขนาดใหญ่
สายงานวิศวกรรม ช่างเทคนิค และการก่อสร้าง (Engineering & Skilled Trades):
วิศวกร (+11% ถึง +70%), งานเขียนแบบ (+40%), ช่างเทคนิค (+26% ถึง +41%), งานก่อสร้าง/ควบคุมอาคาร (+10% ถึง +43%)
ปัจจัยและสถิติขับเคลื่อน: สภาพัฒน์ (สศช.) เผยอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (S-Curve) สร้างอุปสงค์แรงงานช่างเทคนิคขั้นสูงและวิศวกรมากกว่า 50,000 อัตรา โดยเฉพาะกลุ่มที่คุมระบบ Automation และระบบไฟฟ้า
สายงานกลยุทธ์ วิจัย และนวัตกรรม (Strategy, R&D & Business Development):
พัฒนาธุรกิจ / องค์กร / ผลิตภัณฑ์ (BD) (+38% ถึง +87%), วิจัยและพัฒนา / วิจัยตลาด (R&D) (+24% ถึง +50%)
ปัจจัยและสถิติขับเคลื่อน: ผลสำรวจจาก TMA ระบุว่าองค์กรกว่า 70% ปรับงบประมาณมาเน้นการทำ R&D และ BD เพื่อค้นหา New S-Curve และรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ
สายงานพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงสร้างดิจิทัล (Developers):
Web Programmer (+33%), Mobile Application Developer (+15%)
ปัจจัยและสถิติขับเคลื่อน: การเร่งทำ Omnichannel และการสร้างระบบ In-house Software สอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลฯ (MDES) ที่ชี้ว่าตลาดยังขาดแคลนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับ Mid-to-Senior Level
สายงานขนส่งปฏิบัติการและบริการเฉพาะทาง (Logistics & Operational Services):
พนักงานครัว (+51%), งานขนส่งและคลังสินค้า (+9% ถึง +17%)
ปัจจัยและสถิติขับเคลื่อน: ภาคการท่องเที่ยวและร้านอาหารเน้นสร้างประสบการณ์ฝีมือมนุษย์ ขณะที่การค้าชายแดน (โต 5.8%) กระตุ้นความต้องการแรงงานคลังสินค้า
สายงานบริการลูกค้าหน้าเคาน์เตอร์และระบบดั้งเดิม (Front-line Customer Service & Retail):
พนักงานแนะนำสินค้าประจำร้าน / PC (-55%)
พนักงานบริการลูกค้า / แคชเชียร์ (-47%)
บริการลูกค้า / CRM (-23% ถึง -25%)
Call Center (-17%)
ปัจจัยและสถิติขับเคลื่อน: การนำระบบ Self-checkout, AI Chatbot และระบบตอบรับอัตโนมัติมาใช้ สอดคล้องกับรายงานจาก ธปท. และกระทรวงแรงงาน ที่พบว่าธุรกรรมดิจิทัลและการใช้ AI ดึง Headcount ฝ่ายบริการด่านหน้าลดลง 30–50%
สายงานการตลาด สื่อสาร และงานสร้างสรรค์ดั้งเดิม (MarCom & Graphic Design):
สื่อสารการตลาด (MarCom) (-42%)
การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) (-29%)
การตลาดทั่วไป (-24% ถึง -27%)
Computer Graphic (-23%)
E-commerce (-18%)
ปัจจัยและสถิติขับเคลื่อน: ผลกระทบจาก Generative AI ที่ช่วยเพิ่ม Productivity จนพนักงาน 1 คนทำงานแทนทีมขนาดเล็กได้ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ระบุว่า 60% ขององค์กรนำ Generative AI มาใช้ผลิตคอนเทนต์และกราฟิก ส่งผลให้ตำแหน่งระดับ Junior ลดลงอย่างมาก
-1200x630-3.webp)
ย้ายศูนย์กลางจาก "Online Marketing" สู่ "B2B Sales & BD": ยุคแห่งการแห่จ้างพนักงานการตลาดออนไลน์และสร้างคอนเทนต์จำนวนมากเริ่มชะลอตัว องค์กรปรับงบประมาณไปเน้นตำแหน่งที่ปิดการขายสร้างรายได้จริง (B2B Sales) และวางโครงสร้างการเติบโตใหม่ (BD / R&D)
วิกฤตแรงงานทักษะซ้ำซ้อน (Routine Skill Displacement): งานที่มีรูปแบบการทำซ้ำๆ เช่น PC, แคชเชียร์, Call Center หรือกราฟิกพื้นฐาน ถูก AI และ Automation เข้ามาทดแทนโดยตรง สอดคล้องกับเตือนจาก สศช. เรื่องแรงงานกลุ่มงานเอกสารและงานรูทีนกว่า 2.2 ล้านคนมีความเสี่ยงสูง
ความต้องการแรงงานทักษะผสมผสาน (Hybrid & Multi-Skilled Talent): สายอาชีพที่ยังโตสวนกระแสคือกลุ่มที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางเชิงลึกร่วมกับการแก้ปัญหาหน้างาน เช่น วิศวกรคุมระบบอัตโนมัติ, นักวิจัยตลาดที่วิเคราะห์ Data ด้วย AI และพนักงานขายเชิงเทคนิค
สถิติตำแหน่งงานในปี 2026 จะนำไปสู่การวิวัฒนาการของสายอาชีพในปี 2027 ใน 3 มิติหลัก:
สายงานการตลาด กราฟิก และ MarCom ที่หดตัวในปี 2026 จะกลับมาเปิดรับสมัครอีกครั้งในปี 2027 แต่จะอยู่ในรูปแบบ "Hybrid / AI-Augmented Roles" เช่น AI Content Strategist, Prompt Engineer for MarCom หรือ Data-Driven Marketer ซึ่งกำหนดให้ทักษะการใช้ AI เป็นมาตรฐานพื้นฐาน
สายงานช่างและวิศวกรจะยกระดับไปสู่ Automation & Robotics Technician, EV System Engineer และ ESG Infrastructure Specialist เพื่อรองรับโรงงานอุตสาหกรรมและ Data Center ขนาดใหญ่ที่สร้างเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการในปี 2027
งานบริการลูกค้าจะไม่เน้นการตอบคำถามทั่วไป (ซึ่ง AI Chatbot ทำได้ดีกว่า) แต่จะยกระดับเป็น Customer Experience (CX) Specialist ที่เน้นแก้ปัญหาซับซ้อน ดูแลลูกค้ารายสำคัญ (Key Account Management) และมอบบริการระดับพรีเมียมที่ต้องใช้ความประณีตทางอารมณ์ของมนุษย์ (High-touch Experience)
Q: สายงานไหนมีความต้องการเติบโตสูงที่สุดในปี 2026?
A: สายงานขายเชิงเทคนิคและ B2B (Technical & B2B Sales) เติบโตสูงที่สุด โดยเฉพาะขายอุปกรณ์ IT/ไฟฟ้า (+561%), ขายวัสดุก่อสร้าง (+486%) และขายสินค้าอุตสาหกรรม (+405%) เนื่องจากการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน EV และ Data Center
Q: ทำไมตำแหน่งงานการตลาดดิจิทัลและกราฟิกดีไซน์ถึงมีจำนวนเปิดรับลดลง?
A: เกิดจากผลกระทบของ Generative AI ที่เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้พนักงาน 1 คนสามารถผลิตคอนเทนต์และภาพประกอบได้เทียบเท่าทีมงานขนาดเล็ก ส่งผลให้องค์กรลดการเปิดรับพนักงานระดับ Junior และปรับไปเน้นสายงานที่สร้างรายได้โดยตรง เช่น B2B Sales และ BD แทน
Q: สายงานบริการลูกค้า (Customer Service) จะหายไปเลยหรือไม่ในปี 2027?
A: ไม่หายไป แต่จะยกระดับบทบาทจากงานตอบคำถามพื้นฐาน ไปเป็น Customer Experience (CX) Specialist ที่เน้นการดูแลลูกค้ารายสำคัญ (Key Account) และการแก้ปัญหาซับซ้อนเชิงลึก ส่วนงานตอบคำถามทั่วไปจะถูกแทนที่ด้วย AI Chatbot และระบบตอบรับอัตโนมัติ
เเชร์