2026-10-31 00:22:39
21

ตลาดแรงงานไทยปี 2026 ดำเนินไปภายใต้ภาวะ "ฟื้นตัวแบบกระจุกตัว" แม้จะมีผู้มีงานทำ 41.2 ล้านคน แต่ตัวเลขผู้ว่างงานกลับเพิ่มขึ้นแตะ 401,000 คน (1.02%) จุดที่ต้องจับตาคือ เด็กจบใหม่ครองสัดส่วนผู้ว่างงานสูงถึง 44% จากปัญหา Skill Gap ไม่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล สำหรับทิศทางปี 2027 ตลาดจะเข้าสู่ยุคชะลอตัวตาม GDP ที่ลดเหลือ 1.8% โดยองค์กรจะเร่งนำ AI เข้ามาแทนที่งานธุรการ และหันไปพึ่งพาการจ้างงานแบบ Outsource ถึง 60% เพื่อบริหารต้นทุนแรงงานที่พุ่งสูงขึ้น
ภาพรวมสถานการณ์แรงงานไทยในไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 ของปี 2026 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่ยังไม่ทั่วถึง แม้จะได้แรงหนุนจากภาคการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (+17.6%) ที่ช่วยพยุงการจ้างงานในกลุ่มโรงงาน ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และระบบขนส่งโลจิสติกส์ แต่โครงสร้างการจ้างงานภายในกลับเผชิญสัญญาณเตือนสำคัญ:
อัตราว่างงานขยับขึ้นเกือบ 10%: จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) พบว่าแม้ยอดผู้มีงานทำจะอยู่ที่ 41.2 ล้านราย แต่ยอดผู้ว่างงานในไตรมาส 2–3 กลับเพิ่มขึ้นไปแตะ 401,000 คน (คิดเป็นอัตราว่างงาน 1.02%)
องค์กรคุมเข้มงบประมาณ: ดัชนีชั่วโมงทำงานเฉลี่ยของพนักงานภาคเอกชนจากกระทรวงแรงงานปรับตัวลดลง สะท้อนว่านายจ้างเริ่มตัดลดการจ่ายค่าทำงานล่วงเวลา (OT) เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย
หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในปี 2026 คือกลุ่มแรงงานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแต่กลับตกงานสะสมเป็นจำนวนมาก:
เด็กจบใหม่ครองสถิติว่างงานสูงสุด: ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดในประเทศ คือกลุ่มเด็กจบใหม่ช่วงอายุ 20–24 ปี (คิดเป็นจำนวนเกือบ 1.8 แสนคน)
ช่องว่างทางทักษะที่ขาดแคลนหนัก: สาเหตุหลักไม่ได้มาจากตำแหน่งงานว่างที่ไม่พอ แต่เกิดจาก Skills Mismatch โดยเฉพาะ 4 ทักษะวิกฤตที่องค์กรต้องการแต่บัณฑิตใหม่ยังขาดแคลน:
Advanced Digital Skills: ทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัลระดับสูง
AI Applications: ความสามารถในการประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการทำงานจริง
Data Analytics: การวิเคราะห์และแปรรูปข้อมูลเชิงลึก
Business Communication: ภาษาต่างประเทศเพื่อการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ
3. สมการใหม่ฝั่งนายจ้างและแรงงาน: ต้นทุนที่สูงขึ้น กับ ความต้องการสวัสดิการที่เปลี่ยนไป
ข้อมูลดัชนีต้นทุนแรงงาน (Labor Costs Index) โดย Trading Economics ร่วมกับกระทรวงแรงงาน ชี้ว่าองค์กรต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยดัชนีพุ่งขึ้นจาก 99.25 จุด ในไตรมาสแรก ไปสู่ 106.89 จุด ในไตรมาสที่สอง ซึ่งเป็นผลมาจากความกดดันในการปรับฐานค่าจ้างตามอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพ
ผลการสำรวจทัศนคติโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยว่า แรงงานไทยมากกว่า 52% ให้ความสำคัญกับ "ความมั่นคงทางรายได้และสวัสดิการคุ้มครองสุขภาพ" เป็นอันดับ 1 ในการเลือกหรือเปลี่ยนงาน ซึ่งแซงหน้าปัจจัยด้านชื่อเสียงองค์กรหรือตำแหน่งงานอย่างเห็นได้ชัด

เพื่อเตรียมรับมือกับความท้าทายในอนาคต องค์กรและแรงงานต้องเผชิญกับ 4 การเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี 2027:
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่า GDP ปี 2027 จะชะลอตัวลงเหลือ 1.8% (ลดลงจาก 2.3% ในปี 2026) ส่งผลให้องค์กรส่วนใหญ่ชะลอการขยายอัตรากำลังคน โดย Trading Economics ประเมินอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 1.08% โดยกลุ่มงานธุรการและงานบริการทั่วไปเสี่ยงเลิกจ้างสูงที่สุด
รายงานจาก World Economic Forum (WEF) เตือนว่า ตำแหน่งงานประเภท Routine หรืองานเอกสารซ้ำๆ ในอาเซียนกว่า 34% มีความเสี่ยงถูกทดแทนด้วย AI และ Automation ภายในปี 2027 ส่งผลให้เกณฑ์การคัดเลือกพนักงานยุคใหม่จะมุ่งเน้นคนที่มี AI Literacy หรือความรู้เท่าทันเทคโนโลยีเป็นหลัก
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน คาดการณ์เกิดภาวะขาดแคลนบุคลากรทักษะสูง (Talent Gap) รวมกันมากกว่า 150,000 อัตรา ใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต:
Green Economy: พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
Cybersecurity: การดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูลองค์กร
Healthcare & Wellness: บริการสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ รองรับ Aging Society
งานวิจัยจาก TDRI ระบุแนวโน้มว่า เกือบ 60% ขององค์กรธุรกิจ มีแผนปรับสัดส่วนไปจ้างงานแบบ Outsource และสัญญาจ้างระยะสั้นในปี 2027 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผูกพันระยะยาว เช่น สวัสดิการและเงินชดเชยพนักงาน
Q: ทำไมอัตราการว่างงานของเด็กจบใหม่ในปี 2026 ถึงสูงถึง 44%?
A: เกิดจากโครงสร้างทักษะไม่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง (Skills Mismatch) โดยหลักสูตรการศึกษาตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ทำให้เด็กจบใหม่ขาดทักษะสำคัญ เช่น การใช้ AI ในการทำงาน การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และทักษะดิจิทัลระดับสูง
Q: องค์กรธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรเมื่อต้นทุนแรงงานพุ่งสูงขึ้น?
A: ภาคธุรกิจเริ่มปรับตัวด้วย 2 วิธีหลัก คือ การนำระบบอัตโนมัติและ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และการปรับสัดส่วนโครงสร้างการจ้างงาน โดยหันไปใช้รูปแบบ Outsource หรือสัญญาจ้างระยะสั้นมากขึ้นเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายสวัสดิการระยะยาว
Q: ทักษะอะไรที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในตลาดแรงงานปี 2027?
A: ทักษะในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ได้แก่ ทักษะด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและ EV (Green Skills), ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity), ทักษะการดูแลสุขภาพ (Healthcare) รวมถึงทักษะพื้นฐานยุคใหม่คือการทำงานร่วมกับ AI (AI Literacy)
เเชร์
เนื้อหาแนะนำ