เด็กจบใหม่ เขียนเรซูเม่ – สัมภาษณ์งาน ยังไง ให้ชนะคนมีประสบการณ์

  • 24 Jan 2025
  • 3690
หางาน,สมัครงาน,งาน,เด็กจบใหม่ เขียนเรซูเม่ – สัมภาษณ์งาน ยังไง ให้ชนะคนมีประสบการณ์

เรียกหนูมาสัมภาษณ์ทำไมอ่ะ ? ถ้าจะปฏิเสธกันด้วยเหตุที่ว่า “น้องไม่มีประสบการณ์” !!?

แล้วเด็กจบใหม่ จะมีอะไรไปสู้ คนมีประสบการณ์ ? ต่อให้งานนั้นระบุว่า ยินดีพิจารณาเด็กจบใหม่  แต่ถ้าต้องแข่งกับคนมีประสบการณ์ โอกาสก็น้อยอยู่ดี !!

 

น้องสู้ได้ครับ อยู่ที่ว่า น้องสู้รึยัง ? ถ้าสู้แล้ว สู้เต็มที่ขนาดไหน ? แม้หลายบริษัทมักเลือกคนมีประสบการณ์ แต่ถ้ามีแล้วมาหางานพอกินเงินเดือนไปวัน ๆ ไม่มี Passion ไม่อัปเดตความรู้ ก็คงไม่สู้น้องจบใหม่ ที่เพิ่งผ่านการอัปเดตความรู้มาไม่นาน แล้วสามารถแสดงออกให้เห็นว่า “อยาก” และ “พร้อม” นำความรู้ที่มีออกมา “สร้างงาน” ให้มีศักยภาพมากขึ้น (ย้ำว่ามากขึ้น) ได้ ใคร ๆ ก็ต้องการครับ

 

Key สำคัญที่จะทำให้ชนะ ต้องแสดงความ “อยาก” และ “พร้อม” ให้เห็นทั้งในเรซูเม่และการสัมภาษณ์งาน โดยหลักสำคัญ มีดังนี้ครับ

 

การเขียนเรซูเม่ ...

1. ถ้า “อยาก” หางานจริง ๆ จงให้ความสำคัญกับข้อมูลในเรซูเม่ทุกส่วน ต้องครบ ถูกต้อง ไม่ใช้ภาษาวิบัติ โดยเฉพาะหน้าแรก (ข้อมูลส่วนตัว + รูปถ่ายปัจจุบันที่สุภาพ เห็นหน้าชัด) สำคัญต่อการสร้าง First Impression  ถ้าส่วนนี้พัง ก็เสี่ยงโดนปัดตกทันทีครับ

 

2. ถ้า “พร้อม” ทำงานจริง ๆ จงโชว์ความสามารถออกมาให้ชัดทั้ง Hard Skills (ทักษะทางเทคนิคเฉพาะ) และ Soft Skills (ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือความฉลาดทางอารมณ์)

 

แนะนำว่า ก่อนจะเขียนข้อมูลทักษะความสามารถ (Hard Skills) ควรเริ่มจากการค้นหางานที่ใช่ก่อน นั่นคือ งานที่ระบุ “รับเด็กจบใหม่” แล้วอ่านในประกาศทั้งหมด เมื่อเห็นว่า ทักษะที่เขาต้องการ เช่น ทักษะการใช้เครื่องมือ / โปรแกรมต่าง ๆ น้องทำได้ใช้เป็น ก็เขียนลงในเรซูเม่ให้ตรงตามนั้นเลยครับ แต่ต้องยืนยันด้วยว่า น้องมีทักษะนี้จริง นั่นคือ “ประสบการณ์” ห้ามเว้นไว้เด็ดขาด ส่วนนี้จะแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าน้อง “พร้อม” จริง น้องต้องนำข้อมูลการฝึกงานหรือการรับงานพิเศษมาเขียนเป็นข้อ ๆ เลย ทำหน้าที่อะไรบ้าง , ได้ใช้เครื่องมือ/โปรแกรมใดในการทำงานบ้าง

 

ส่วน Soft  Skills เขาระบุในประกาศอยู่แล้ว ว่าต้องการคนแบบไหน เช่น ทำงานเป็นทีมได้มี ,มีภาวะผู้นำ ฯลฯ ก็ต้องนำไปใส่ในเรซูเม่ด้วย ทั้งส่วนที่ตรงและใกล้เคียง แต่ต้องยืนยันเช่นกัน ว่าน้องมีคุณสมบัตินี้จริง เช่น การร่วมกิจกรรมชมรม ในมหาวิทยาลัย  ในฐานะประธาน ,หัวหน้า หรืออื่น ๆ

 

ต่อด้วย การสัมภาษณ์งาน ...

1. ถ้า “อยาก” ได้งานจริง จงโชว์ Passion ออกมาให้เห็นตั้งแต่การแนะนำตัวเลย เอาแต่เนื้อ น้ำไม่ต้องนะครับ คนสัมภาษณ์อยากรู้แค่ว่า น้องอยากทำงานตำแหน่งนั้นมากแค่ไหน (มี Passion นั่นแหละ) เริ่มเล่าในช่วงที่น้องสนใจในสายงานนี้ แล้วมันเป็นเหตุให้น้องเลือกทำอะไรบ้าง เพื่อให้ได้อยู่ในสายนี้ จนมาสมัครงานที่นี่

 

2. ถ้า “พร้อม” ทำงานที่นี่ อย่างมีศักยภาพจริง จงศึกษาทำความรู้จักกับบริษัทที่ไปสัมภาษณ์ให้มากที่สุด และต้องตอบให้ได้ว่า น้องจะเข้ามาร่วมพัฒนาบริษัทด้วยตำแหน่งงานที่สมัครได้อย่างไร ?

 

เช่น สมัครตำแหน่ง การตลาดออนไลน์ ก็ต้องทำการบ้านล่วงหน้า ว่าตอนนี้บริษัทมีการทำการตลาดออนไลน์เป็นยังไง ? มีช่องทางไหนบ้าง ? แต่ละช่องทางดียังไง? ไม่ดียังไง? แล้วควรพัฒนายังไงให้ดีขึ้น ?

หรือตำแหน่ง โปรแกรมเมอร์ ก็ต้องเข้าไปดูระบบการทำงานของเว็บไซต์บริษัท ตอนนี้เป็นยังไง ? อะไรบ้างที่เห็นว่า ควรปรับปรุงเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น ?

 

ทุกบริษัทล้วนต้องการคนเข้ามาพัฒนางานให้ดีขึ้นทั้งนั้น ผู้สมัครจึงต้องพร้อมเข้ามาสร้างผลงานที่มีศักยภาพมากขึ้น ตามที่กล่าวข้างต้นเลยครับ

ถ้าเลือกส่งเรซูเม่มาจนถึงขั้นรับนัดสัมภาษณ์กับบริษัทแล้ว ยังไม่รู้จักเลย บริษัทนั้นทำธุรกิจอะไร ? ตำแหน่งที่สมัครต้องทำอะไร ก็ไม่รู้สักนิด? แบบนี้ย่อมแปลว่า ไม่อยาก และไม่พร้อม อย่าว่าแต่เด็กจบใหม่เลย ต่อให้มีประสบการณ์ ก็โดนปฏิเสธเช่นกันครับ

 

มีโอกาสได้งานทันที เพียงสมัครเรซูเม่วันนี้ ฟรี คลิก >> https://jobbkk.com/go/jWldX

หางานด่วน เปิดรับกว่า 153,168 อัตรา คลิก >> https://jobbkk.com/go/YtvVO

 

JOBBKK.COM © Copyright All Right Reserved

Jobbkk has only one website. In no case, we have an affiliate, agent or appointee. Please do not rely on any other website, email, telephone, SMS or other contacting channel. If it is a case, we will prosecute under a lawsuit in the upmost as allowed. DBD

Top