JOBBKK.COM

ข่าว

เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ประกาศจะมีเมียแล้ว! เตรียมหมั้นครูก้อย นัชชา แดงงาม 24 ธ.ค.นี้ ที่นครศรีธรรมราช โดยจะมีเฉพาะญาติเท่านั้น แพลนแต่งในปี 2559 ฝ่ายหญิงเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนประจำจังหวัด คบหาดูใจเกือบปี เชื่อไม่เร็วเกินไปเพราะผ่านประสบการณ์เรื่องความรักมาเยอะ อายุห่างกัน 7 ปีไร้ปัญหา ส่วนระยะทางก็ไม่เป็นอุปสรรค แต่ในอนาคตมีแพลนจะสร้างบ้าน 2 ที่ ทั้งกรุงเทพฯ และนครศรีธรรมราช ลั่นแต่งแล้วปั๊มลูกเลย อยากมีลูก 4 คน ส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นให้เต็มที่ตามธรรมเนียมแต่ยังไม่ได้กำหนดตัวเลข เพราะชีวิตที่เหลือขอใช้ด้วยกัน โดยเมื่อเวลา 16.15 น. ของวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา หนุ่มเจมส์ควงครูก้อยแถลงข่าวด้วยความชื่นมื่น ที่ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ ซ.ลาดพร้าว 112 

 

เจมส์และครูก้อยแถลงข่าวด้วยสีหน้าชื่นมื่น

เห็นว่าวันนี้จะแถลงข่าวเกี่ยวกับงานหมั้น?

เจมส์ : ผมอยู่วงการบันเทิงมา 20 ปี เกิดมากับสื่อมวลชน แฟนเพลง แฟนละคร วันนี้เป็นวันสำคัญ ถ้าเราไม่มีโอกาสบอกสื่อมวลชนหรือแฟนๆ อย่างเป็นทางการ เราก็เหมือนไม่ได้บอกญาติผู้ใหญ่ เลยถือโอกาสนี้ในการที่จะแจ้งให้พี่น้องสื่อมวลชนและแฟนๆ ของเจมส์ทราบว่า เจมส์ เรืองศักดิ์ กำลังจะมีเมียแล้วครับ (หัวเราะ) เราจะจัดพิธีหมั้นในวันที่ 24 ธ.ค. นี้ ช่วงเช้า ที่โรงแรมทวินโลตัส จ.นครศรีธรรมราช ครับ เป็นพิธีแบบเรียบง่าย จะมีเฉพาะแขกที่เป็นญาติสนิทเท่านั้น แขกในงานคงไม่เยอะมาก เราทำทุกอย่างในคอนเซปต์เรียบง่าย เน้นเรื่องของความรักมากกว่าเรื่องอื่น วันนี้เลยถือโอกาสพาว่าที่เจ้าสาวที่ในสายตาผม ผมคิดว่าเป็นคนดี หน้าตาใช้ได้ (หัวเราะ) มาให้พี่น้องสื่อมวลชนได้มีโอกาสถ่ายรูปและแนะนำครับ คุณครูก้อยเป็นครูโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช เป็นคนใต้เหมือนกันครับ ส่วนวันแต่งงานคาดว่าจะอยู่ในปี พ.ศ.2559 ครับ หลังจากหมั้นแล้วก็จะจัดงานวิวาห์ในเวลาที่เหมาะสมทันทีครับ

ครูก้อย : ก็ตื่นเต้นนะคะ ดีใจ ตอนแรกรู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นความจริง ไม่น่าจะได้เป็นแฟนกัน แต่ว่าเขาได้พิสูจน์ความจริงใจทุกอย่างจนกระทั่งตอนนี้ไม่ได้รู้สึกว่าเขาเป็นดารา แต่เป็นพี่เจมส์ เขาเป็นคนจริงใจ คนดี รักครอบครัว ซึ่งเราเองเป็นคนรักครอบครัวมาก จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้เราตัดสินใจจะใช้ชีวิตคู่กับเขาค่ะ

 

บรรจงหอมแก้มเบาๆ

รู้จักกันได้ยังไง?
เจมส์ : ผมไปทำงานที่ จ.นครศรีธรรมราช ผมเป็นคน จ.นครศรีธรรมราชอยู่แล้ว เราไปทำงานครับ ผมเพิ่งเข้าใจคำว่าพรหมลิขิตก็วันนี้ เหมือนสถานการณ์ต่างๆ จักรวาลจัดเรียงให้เรามาเจอกัน เมื่อเราเจอกันแว้บแรก ต่างคนต่างรู้เลยครับว่าเราทั้งคู่มีบางสิ่งบางอย่างส่งให้เรามาเจอกันครับ พอมีโอกาสเจอกันวันนั้นก็แลกไลน์กันและสานสัมพันธ์ ซึ่งครูก้อยและครอบครัวเองก็กังวลเพราะเราก็อยู่ในวงการบันเทิง คุณพ่อคุณแม่ของท่านก็เป็นคุณครูเหมือนกันครับ ท่านกังวลว่าคนวงการบันเทิงจะเจอสาวๆ เยอะรึเปล่า กลังลูกสาวจะผิดหวัง เราก็ต้องพิสูจน์ผ่านด่านคุณพ่อคุณแม่ แต่จริงๆ ก็ไม่มีความกังวลเพราะว่าเรามั่นใจในการกระทำและคำพูดในความจริงใจของเรา ใช้เวลาคบกันเกือบปี

คิดว่าเร็วไปไหมกับการที่คบกันไม่นานแล้วจะแต่งงานกัน?
เจมส์ : จริงๆ แล้วถ้าเป็นตอนเราวัยรุ่นกว่านี้ เราว่ามันเร็วไปครับ แต่ตัวเจมส์เองผ่านประสบการณ์เรื่องความรักมาพอสมควร และด้วยวัยด้วย ซึ่งผมอายุใกล้จะ 40 ปีแล้ว ดังนั้นพอมีประสบการณ์เยอะ เราจะเริ่มรู้ว่าอะไรคืออะไร อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตเลยทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้นครับ

 

ภาพพรีเวดดิ้งสุดหวาน

เป็นเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าคบไปนานๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงก็ได้?

เจมส์ : อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งครับ แต่พอเรารู้ว่าอะไรเป็นข้อดีข้อเสียของตัวเอง เมื่อเราเจอความรักที่ใช่ เราก็จะรู้แล้วว่าเราต้องวางตัวยังไง อันนี้เป็นส่วนนึงที่ทำให้ทุกอย่างมันเร็วขึ้นครับ

ตอนเจมส์ขอแต่งงานครูก้อยเป็นไงบ้าง?
ครูก้อย : เขาชวนไปทานข้าวที่ร้านอาหาร และเขามีความประหม่า น้ำตาคลอ ซึ่งมันไม่ใช่บุคลิกของเขา ปกติเขาจะเป็นคนที่มั่นใจ เลยถามเขาว่าเป็นอะไร แล้วเขาก็ขอเราแต่งงานค่ะ เราก็บอกว่าเราตกลงมาตั้งนานแล้ว (ยิ้ม) เพราะพี่เจมส์ก็เหมือนเป็นไอดอลเราตั้งแต่ตอนมัธยม ต้องคอยติดตามผลงานตลอด ชอบเพลงของเขา ร้องเพลงได้หมด เขาเป็นศิลปินในดวงใจค่ะ ถามว่าเหมือนเป็นความฝันไหมก็ใช่ค่ะ มันยิ่งกว่าความฝันอีกค่ะ เพราะว่าไม่เคยคิดว่าเราจะได้เป็นแฟนเขาหรือภรรยาเขา เคยคิดว่าแค่ถ่ายรูปคู่สัก 1 รูปก็ถือว่าเป็นความฝันแล้วค่ะ (หัวเราะ)

 

ระยะเวลาไม่สำคัญถ้าเจอคนที่ใช่

อายุห่างกันกี่ปี?
เจมส์ : ผมอายุ 38 ปีครับ ครูก้อยอายุ 32 ปีครับ ถามว่าจะมีปัญหาไหมในการใช้ชีวิตคู่ จริงๆ แล้วเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากครับเพราะต่างคนต่างผ่านประสบการณ์ชีวิตมา เพราะถ้าเราเจอเร็วกว่านี้หรือช้ากว่านี้ การตัดสินใจอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้

ครูก้อยอยู่ จ.นครศรีธรรมราช จะมีปัญหาเรื่องการเดินทางหรือวางแผนอนาคตยังไงบ้าง?
เจมส์ : จริงๆ แล้วผมค้นพบความจริงอย่างนึงครับว่าถ้าเรารักใครมากๆ สักคนนึง อะไรก็ไม่ใช่อุปสรรค รวมถึงระยะทางเช่นเดียวกัน อย่างตอนนี้ในช่วงเวลาเรายังเป็นแฟนกัน เราเริ่มเป็นคู่หมั้นกัน เราก็ต่างคนต่างมาครับ คือบินไปกลับบ่อยมาก แต่ในอนาคตเราวางแผนไว้ว่าเราจะสร้างบ้านไว้ 2 ที่คือที่กรุงเทพฯ และนครฯ อีก 1 ที่เพราะว่ามีครอบครัวของเจมส์และครอบครัวของก้อยที่ต้องช่วยกันดูแลด้วยครับ

 

ช็อตนี้หวานถูกใจแฟนๆ มั้ยจ๊ะ?!

จะมีน้องเมื่อไหร่?
เจมส์: จริงๆ แล้วเราทั้งคู่ต่างเห็นตรงกันว่าเราอยากมีลูกมากๆ หลายๆ คนและเร็วๆ ด้วย คิดว่าแต่งแล้วจะเที่ยวกันสักนิดนึง คงผลิตไปด้วยระหว่างเที่ยว หลังแต่งก็มีลูกเลย ก็กะว่าจะมีลูก 4 คนครับ เจ้าสาวก็กังวลเรื่องหุ่นอยู่ครับ (หัวเราะ)

ครูก้อย : คือเขาอยากมีลูกเยอะๆ ค่ะ 4 นี่คือขั้นต่ำ แต่อายุก้อยจะมีได้ถึง 4 คนรึเปล่าไม่แน่ใจค่ะ ก็ตามธรรมชาติค่ะ ก้อยว่าสัก 3 คนได้ แต่ถึง 4 คนไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

เหมือนความรักครั้งนี้ไม่ค่อยได้เปิดเผยอะไรมากในช่วงก่อนหน้านี้?
เจมส์ : จริงๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าครูก้อยมีอาชีพเป็นครู แล้วอาจจะอยู่นอกวงโคจรวงการบันเทิงมาก เราค่อนข้างเปิดเผยในที่สาธารณะ ไปกินข้าวดูหนังปกติ แต่ครูก้อยไม่ได้อยู่ในวงการบันเทิงเลยไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง การที่เราจริงจังมาแถลงข่าวชัดเจนเพราะเราคิดว่าคนนี้เป็นคนที่ใช่ครับ

 

กินลมชมวิวเบาๆ

สินสอดทองหมั้น?

เจมส์ : ผมว่าสินสอดทองหมั้นที่มีค่ามากที่สุดที่ผมจะมอบให้คือการที่ผมจะมอบชีวิตยอดเยี่ยมที่สุดหลังจากแต่งงานแล้วให้กับครูก้อยและคุณพ่อคุณแม่ครูก้อย ผมว่าเป็นสินสอดที่มูลค่ามหาศาล และตั้งใจที่จะให้ ส่วนสินสอดทองหมั้นที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย เราจะให้เต็มที่เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งทำงานมาหลายปีที่จะให้ได้เต็มที่ตามธรรมเนียม แต่เราไม่ได้เน้นจบแค่วันนั้น เพราะสิ่งที่สำคัญคือหลังวันแต่งงานมากกว่า สินสอดยังไม่ได้กำหนดตัวเลขครับ ถ้าถึงวันที่เราคุยเรื่องงานแต่งงานอย่างชัดเจน ตัวเลขตรงนั้นคงจะต้องออกมาครับ

คำมั่นสัญญา?
เจมส์ : จริงๆ แล้วผมให้ความสำคัญกับคำพูด 20% แต่ 80% คือการกระทำที่ก้อยจะได้เห็นตลอดไปหลังจากวันนี้เป็นต้นไปครับ

 

เจมส์สยบแทบตักครูก้อยคร้าบพ้ม!!

เห็นว่ามีภาพพรีเวดดิ้งด้วย?
เจมส์ : ใช่ครับ เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาเรามีโอกาสไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง มีรูปมาส่วนนึงแล้ว เดี๋ยวจะเริ่มให้แฟนๆ ได้ชมกัน เราก็ได้รับความเอ็นดูจากพี่ๆ ในวงการ โดยเฉพาะ พี่ปลา ฟินาเล่ ช่วยเราในการให้คำปรึกษาต่างๆ ในเรื่องการแต่งงานครับ ก็ไปถ่ายกับเรือยอชต์ที่ทะเลพัทยา คอนเซปต์คืออิสรภาพหรือ Freedom ครับ แต่งงานไปแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบ Freedom ด้วยกันครับ

 

ว่าที่บ่าวสาวฟินมากจ้า

อยากให้ทั้งคู่แหลงใต้บอกรักกัน?
เจมส์ : พี่ก็อยากจะบอกน้องก้อยว่าชีวิตที่เหลือซึ่งไม่รู้ว่าอีกกี่ปี แต่ว่าทั้งหมดนี้เราใช้ด้วยกันครับ ไม่รู้ว่าจะบอกว่ารักมากแค่ไหน แต่ก็รักเท่าที่อายุจะมีครับ (หัวเราะ)

ครูก้อย : ขอบคุณพี่เจมส์ที่รักและแสดงให้เห็นความจริงใจ จริงๆ เงินทองไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญคือความรักที่ให้กันค่ะ

 

เราจะจับมือไปด้วยกันตลอดไป

ขอบคุณ ไทยรัฐออนไลน์ 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ร้านข้าวต้มสยองขวัญ ชิ้นส่ว...

ไม่ได้เรียนจบศิลปะมาจากไหน แต่เป็นความชอบส่วนตัว คือการปั้นรูปใบหน้าคนดังกับรูปผีต่างๆ รวมทั้งชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ นำมาประดับตกแต่งหน้าร้านให้ดูแปลกตาไม่เหมื...

ทำเก๋ ไม่ซ้ำใคร! เค้กมะพร้า...

เพราะต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่มาตลอด 10 ปี และจากความหลงใหลในคุณประโยชน์ของมะพร้าว โดยใช้ความชอบการทำขนมมาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย ต่อยอดจากสิ่งที่หลงใหล สู่กา...

พี่วินใจหล่อมาก! เก็บเช็ค 1...

วันที่ 25 พ.ค. ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Jomkwan Wanitchakarnchai เผยเรื่องราวของพลเมืองดี นายชัยยุทธ กัณฑะษา คนขับวินมอเตอร์ไซค์ เก็บเช็คเงินสด 1,200,000 บาท ตกอยู่ก...

อดีตสาวแบงค์วัย 26 จบป.โท ข...

สอบเข้าทำงานที่ธนาคารออมสินในแผนกสินเชื่อ จากนั้นไม่นานก็ตัดสินใจลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว รับงานออแกไนซ์และขายเคสมือถือรูปรองเท้าแตะ ระยะเวลาเพียง 1 ปี รายได้ด...