การบริหารองค์กรยุคใหม่ ให้โดนใจ Gen Y

  • 17 ม.ค. 2562
  • 640

ในหนังสือเรื่อง Recruitment & Selection Matter  ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ธรรมนิติในปี 2559 ผมได้นำเสนอข้อมูลจากการคาดการณ์แนวโน้มการบริหารกำลังคนขององค์กรต่างๆ ไว้เรื่องหนึ่งว่า สมัยนี้การบริหารผลงานจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะต้องออกแบบระบบและกระบวนการให้ดี เพราะองค์กรต่างเน้นฝีมือคนทำงานมากกว่าปริมาณคน ยิ่งในยุคที่องค์กรมีคน Gen Y เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ จึงต้องปลูกฝังให้ยึดถือคติ Work Smart not Work Hard” พร้อมกับยึดเอาผลงานเป็นตัวตั้ง (Output Oriented) ควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างเร่งด่วนและเข้มข้น เพื่อให้หัวหน้าสามารถสะท้อนผลไปยังลูกน้องคน Gen Y อย่างสร้างสรรค์ (Constructive Feedback)

และอีกเทรนด์หนึ่งที่ต้องจับตามองพร้อมกับหาแนวทางเตรียมไว้ก็คือ เรื่องความยืดหยุ่นด้านต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการคนทำงาน โดยเฉพาะ Gen Y

อาจารย์จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล นักคิดกลยุทธ์ด้าน HR และคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ อธิบายเรื่องของ Flexy Management ซึ่งเป็นแนวทางการบริหารคนในองค์กรยุคใหม่ที่มีคนหลายช่วงวัยมาทำงานร่วมกัน อันส่งผลให้นโยบายและแนวปฏิบัติด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลต้องปรับเปลี่ยนให้ตอบโจทย์ควมต้องการของคนหลายช่วงวัยให้มากที่สุด

Flexy Management ประกอบด้วย

1.Flexy Job การเปิดโอกาสให้คนในองค์กรได้ทำงานตามความถนัด/ความต้องการ และเปิดกว้างในเงื่อนไขการจ้าง

2.Flexy Time การยืดหยุ่นในเวลาการทำงาน

3.Flexy Benefit การยืดหยุ่นในการจัดสิทธิประโยชน์และสิ่งตอบแทนอันเหมาะสมกับคนแต่ละช่วงวัย โดยมุ่งเน้นให้จูงใจพนักงาน

4.Flexy Place การยืดหยุ่นในเรื่องสถานที่ทำงาน โดยไม่กระทบกับงานในภาพรวม

 

ซึ่งแนวคิดเรื่อง Flexy Place นั้น ว่าไปแล้วก็คือเรื่อง Workplace Flexibility นี่เอง

แนะนำให้ลองไปดูการจัดสถานที่ทำงานขององค์กรชั้นนำบางแห่ง เช่น สำนักงานของแสนสิริ , สำนักงานของ Ichitan หรือสำนักงานของ SC Assets ที่เลื่องชื่อเรื่องการออกแบบ แต่หากคิดจะทำตามแล้ว เห็นควรต้องพิจารณาเรื่องความสามารถในการจ่าย (Ability to Pay) ขององค์กรประกอบด้วย

จะเน้นให้โดนใจพนักงานนั้นเป็นเรื่องดีครับ แต่หากลำเค็ญจนสร้างภาระงบประมาณให้กับองค์กรอีกมหาศาลแล้ว ในยุคเศรษฐกิจแบบขาขึ้นก่ายหน้าผากเช่นนี้ เห็นทีต้องค่อยๆ ทำค่อยๆ ปรับกันไป

แต่กระนั้นก็พึงเข้าใจว่า การที่พนักงานรุ่นใหม่มีความรักอิสระมากขึ้น ก็เป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้องค์กรประหยัดทรัพยากรบางอย่างไว้ได้ไม่น้อย เช่น ไม่ต้องเน้นสร้างสำนักงานขนาดใหญ่สำหรับคนทำงานเพียงเล็กน้อย ซึ่งที่จริงสามารถใช้ Co-space หรื่อพื้นที่ทำงานโดยเช่าในบางส่วนของห้างสรรพสินค้าที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครันเอาไว้ให้พนักงานนั่งทำงานเฉพาะจุดก็ได้ โดยนัยเช่นนี้ ความหรูหราอาจจะไม่ได้สำคัญเท่ากับเลือกสรรให้มีสถานที่ทำงานที่สะดวกสบายกับจริตของคนทำงานสมัยใหม่นี้นะครับ

และองค์ประกอบของ Workplace Flexibility หรือความยืดหยุ่นด้านสถานที่ทำงานนั้น มีอยู่สองเรื่อง คือ

1.เป็นความยืดหยุ่นในการจัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้พนักงานแบบไม่เหมาโหลหรือจัดให้เหมือนกันทั้งองค์กรอีกต่อไป แต่มุ่งเน้นจัดสถานที่ทำงานเพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย (Enabling Workplace Environment) ให้เหมือนกับการทำงานที่บ้าน (แม้บ้านของบางคนจะบรรยากาศไม่ดีเท่ากับที่ทำงาน แต่ก็รู้สึกอบอุ่นสบายใจเมื่ออยู่ที่บ้าน) 

2.การกำหนดตารางวันทำงานให้ยืดหยุ่น เช่น ให้ทำงานที่บ้านได้หนึ่งวันในหนึ่งสัปดาห์ซึ่งแล้วแต่ว่าจะกำหนด Roster หรือตารางเวลาทำงานอย่างไร เป็นต้น

ไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่า การทำงานในวันนี้ของคน Gen Y ที่จะกลายเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ขององค์กรในวันอันใกล้นี้ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมทางกายภาพของสำนักงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากที่คิดว่าจะออกแบบง่าย ๆ ไม่เน้นการตอบไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย แต่ต้องกลายเป็น ออกแบบให้องค์กรมีฟังก์ชั่นแกมความทันสมัยและเก๋ไก๋ประกอบกันไป

 

แล้วองค์กรของท่านทำอย่างไรกันบ้าง แชร์มุมมองกันสักหน่อยดีมั้ยครับ   

 

รวมเรื่องราวน่ารู้ในงาน HR จากวิทยากรและที่ปรึกษาด้านการพัฒนาบุคลากร ผู้ผ่านประสบการณ์งานบริหาร HR จากองค์กรในโรงงานอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ

สอบถามข้อมูลด้าน HR หรือแลกเปลี่ยนมุมมองได้ที่ 0-2514-7472 กด 6

หรือ E-mail : hrbuddy@jobbkk.com (ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)

 

Credit  :  ดร.ชัชวาล อรวงศ์ศุภทัต  (Professional Training & Consultancy)

หางานตามสาขาอาชีพ

JOBBKK.COM © สงวนลิขสิทธิ์ All Right Reserved including text, graphics, interfaces and design thereof are all rights reserved. Thailand Web Stat

Top