ไปสัมภาษณ์งาน “บุคลิกภาพ” สำคัญยิ่งกว่า “ความรู้” จริงหรือ ?

  • 22 พ.ค. 2562
  • 2104

“บุคลิกภาพ” ในทางทฤษฎีหมายถึง ลักษณะท่าทางการแสดงออกทั้งทางกาย จิตใจ และความรู้สึกนึกคิด ที่สะท้อนออกมาให้ผู้อื่นได้เห็น โดยมีองค์ประกอบภายใน เช่น วิธีคิด ,อุปนิสัย ,ความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น  และองค์ประกอบภายนอก เช่น ท่าทางการแสดงออก ,น้ำเสียง ,คำพูด เป็นต้น ซึ่งบุคลิกภาพที่แสดงออกมานั้น จะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล ที่ส่งผลต่อการสื่อสารและความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น สร้างความจดจำรวมถึงแรงจูงใจในสถานการณ์ต่างๆ เช่น น้องคนนี้เป็นคนยิ้มเก่ง ,เด็กคนนี้เป็นคนมีมารยาท ,เพื่อนเราเป็นคนเรียบร้อย ,หัวหน้าเป็นคนเข้ากับคนง่าย เป็นต้น

 

จากที่เกริ่นมา ผู้เขียนขอเปรียบเปรยการแสดงออกของบุคคลว่าเป็นกระบวนการ การสร้างแบรนด์ให้กับตนเอง” กล่าวคือ หากเปรียบตนเองเป็นสินค้าหนึ่งชิ้นที่ออกวางตลาด การจะทำให้สินค้าชิ้นนั้นถูกเลือกซื้อ ตัวผู้ผลิตย่อมต้องมีการวางแผนที่ดี สินค้าต้องมีคุณภาพและที่สำคัญต้องมีภาพลักษณ์ที่สวยงาม เช่นเดียวกับผู้ที่สมัครงานและกำลังจะเข้ารับการสัมภาษณ์ หากต้องการเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าทำงาน ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดและมีการเตรียมความพร้อมที่ดี ไม่ต่างจากการผลิตสินค้าออกวางขาย อาทิ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ (พิจารณาตนเอง - ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ ,ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ,ความสามารถพิเศษ)  หีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม (การแต่งกายในวันสัมภาษณ์ - เสื้อผ้า ,การแต่งหน้า ,ทรงผม )  ไปจนถึงการเปิดตัวที่น่าประทับใจต่อผู้ซื้อ  (กริยามารยาท - ท่าเดิน ,การพูด ,วิธีการตอบคำถาม) เป็นต้น

 

ในขั้นตอนการสมัครงาน ผู้รับสมัครสามารถคัดเลือกผู้สมัครจากข้อมูล รายละเอียด และเอกสารประกอบต่างๆ ที่ผู้สมัครได้ระบุไว้และแนบมากับใบสมัครงาน หากข้อมูลดังกล่าวเป็นที่น่าสนใจจึงจะนำไปสู่ขั้นตอนการเรียกสัมภาษณ์  ในช่วงการสัมภาษณ์เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆในการคัดเลือกผู้สมัคร ผ่านการสังเกตจากลักษณะภายนอก รวมถึงการพูดคุยระหว่างกัน เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้สึกนึกคิดทัศนคติในแง่บวกและลบ ว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นมากน้อยเพียงใด นอกจากความรู้เฉพาะทางในตำแหน่งงานแล้ว เรื่องบุคลิกภาพที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น จึงนับเป็นแต้มต่อที่สำคัญในการสัมภาษณ์งาน

 

“บุคลิกภาพ” จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่แต่ละบุคคลควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นส่วนเสริมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือจากผู้คนรอบข้างได้ ขณะเดียวกัน แม้จะมีความรู้ความสามารถมากเพียงใด แต่เป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพไม่ดี ก็จะบั่นทอนความสามารถหรือลดความน่าเชื่อถือลงได้

 

ตัวอย่างการเตรียมตัวเพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้เป็นผู้มีบุคลิกภาพที่ดี มีดังต่อไปนี้

 

เสื้อผ้า

สุภาพบุรุษ สวมเสื้อเชิ้ตสีพื้น โทนสีอ่อน เช่น ขาว ,ฟ้า เพื่อให้ดูสะอาดตา หากต้องใส่สูท สีของเสื้อสูทกับกางเกงควรเป็นสีที่เข้าชุดกัน เพื่อความสุภาพและดูพิถีพิถัน สีไม่แฟชั่นจนเกินไป รวมทั้งใช้เนคไท โทนสีที่เข้ากันกับสีเสื้อเชิ้ต และชุดสูท

สุภาพสตรี ควรให้ความสำคัญกับสีชุดที่ดูสะอาด สบายตา รูปแบบสุภาพ เหมาะสมกับตัวผู้สวมใส่และทำให้ผู้สวมใส่เกิดความมั่นใจ

 

รองเท้า กระเป๋า เข็มขัด

สุภาพบุรุษ  เข็มขัด และรองเท้า ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหนังและมีสีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น สีดำ หรือน้ำตาล ไม่ควรมีลวดลายและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ รองเท้าต้องสะอาดและเงางาม หากจะใช้กระเป๋าใส่เอกสารควรเป็นสีดำหรือน้ำตาล หากเป็นไปได้ควรเป็นสีเดียวกันกับรองเท้าและเข็มขัด

สุภาพสตรี เข็มขัด รองเท้า กระเป๋าถือ ถือเป็นเครื่องประดับที่เป็นชุดเดียวกัน ดังนั้นโทนสีควรเป็นสีเดียวกันทั้งหมด ทั้งนี้จะต้องเข้ากันกับโทนสีของเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพราะสุภาพสตรีสามารถใช้เสื้อผ้าได้หลายโทนสี จึงทำให้ส่งผลต่อโทนสีของเครื่องประดับเช่นกัน เช่น หากใส่ชุดโทนสีชมพูอ่อน ส่วนที่เป็นเครื่องประดับ คือ รองเท้า กระเป๋าถือ เข็มขัด ควรเป็นโทนสีครีม หรือโทนสีขาว ใม่ควรใช้โทนสีดำ เพราะโทนสีดำจะดูเด่นและดึงดูดสายตาคู่สนทนา

 

การดูแลผิวหน้า และทรงผม

สุภาพบุรุษ ควรดูแล รักษาผิวหน้าให้สะอาดปราศจากสิว หากมีปัญหาผิวหน้า ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษา เพราะอย่าลืมว่าใบหน้าคือสิ่งแรกที่คู่สนทนาจะได้พบเห็น

ส่วนทรงผมควรตัดให้เหมาะสมเข้ากับรูปหน้าของตนเอง พร้อมทั้งดูแลเรื่องความสะอาด และจัดแต่งทรงให้สุภาพเรียบร้อย ไม่ยุ่งเหยิง

สุภาพสตรี ควรดูแล รักษา ผิวหน้าให้สะอาดปราศจากสิว หากมีปัญหาผิวหน้า ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาเช่นกัน และสามารถใช้เครื่องสำอางเพื่อแต่งเติมสีสัน หรือปกปิดจุดบกพร่องบนใบหน้า เพื่อเสริมให้ดูดียิ่งขึ้น แต่ควรระมัดระวังเรื่องโทนสีของเครื่องสำอาง ไม่ควรฉูดฉาดจนเกินไป

ส่วนทรงผมควรให้ความสำคัญกับเรื่องความสะอาด และการจัดแต่งทรงผมให้เหมาะสม หากผมสั้นควรจัดทรงให้เรียบร้อย แต่ถ้าผมยาว หากจะปล่อยผม ก็ควรมีสุขภาพผมที่ดีพอ หรือสามารถรวบผมและใช้อุปกรณ์เครื่องประดับเพื่อช่วยในการเก็บผมให้ดูสุภาพเรียบร้อย ไม่ปิดหน้าตาขณะสนทนา

 

เล็บ

สุภาพบุรุษ ควรใส่ใจเรื่องความสะอาดของเล็บ โดยการตัดสั้นทุกนิ้ว ไม่เหลือไว้นิ้วใดนิ้วหนึ่ง

สุภาพสตรี ควรใส่ใจเรื่องความสะอาด สามารถไว้เล็บยาวและทาสีได้ ทั้งนี้ระดับความยาวของเล็บต้องเหมาะสม ไม่ยาวเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน และถ้าจะทาสีก็ต้องเป็นโทนสีอ่อนสบายตา

 

กลิ่นไม่พึงประสงค์

ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ควรใส่ใจกับเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดจากตนเอง เช่น กลิ่นกาย กลิ่นปาก กลิ่นจากเสื้อผ้า ฯลฯ ทั้งนี้ทุกท่านต้องสำรวจตัวเองให้พร้อม เพื่อความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดี

 

บุคลิกภาพ เป็นสิ่งที่สามารถสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ การพัฒนาบุคลิกภาพต้องมีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงนิสัย และความเคยชิน ควรฝึกหัดตนเองและหมั่นปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าในการทำงาน องค์ความรู้และประสบการณ์จะเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก แต่ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จที่เป็นกุญแจสำคัญก็คือ...“บุคลิกภาพที่ดี” นั่นเอง

 

รวมเรื่องราวน่ารู้ในงาน HR จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากรและอาจารย์พิเศษในหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชนชั้นนำในประเทศไทย

 

สอบถามข้อมูลด้าน HR หรือแลกเปลี่ยนมุมมองได้ที่ 0-2514-7472 กด 6

หรือ E-mail : hrbuddy@jobbkk.com (ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)

 

Credit  :  ดร.กิตติทัช  เขียวฉอ้อน  (Professional Training & Consultancy)

หางานตามสาขาอาชีพ

JOBBKK.COM © สงวนลิขสิทธิ์ All Right Reserved including text, graphics, interfaces and design thereof are all rights reserved. Thailand Web Stat

Top