เด็กจบใหม่จะหางานยังไง ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างยากกว่าเดิม

  • 02 ส.ค. 2564
  • 2050

จากบทความก่อนที่ JOBBKK.COM ได้เข้าร่วมฟังบรรยายออนไลน์ในงาน “บัณฑิตดีเด่นนักปฏิบัติ” มทร.ตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ โดยคุณเกรท ปรมะ ตันเดชาวัฒน์ ประธานกรรมการบริษัทซิมเปิลเซนส์ ,Somsri Global Tech และอาจารย์พิเศษ คณะการสร้างผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บรรยายในหัวข้อ Key to Success Life and Work ทำยังไงให้สำเร็จ ?

มาสู่ช่วงที่ 2 เป็นแนวคิดสำคัญเรื่องการหางานในช่วงที่ COVID – 19 ทำให้ทุกอย่างยากกว่าเดิม น้องจบใหม่จะเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมลุยต่อ ถ้าไม่รู้ว่าจะทำงานอะไรดี ? คุณเกรทจะพาน้อง ๆ ไปหาคำตอบครับ หรือแม้ว่าคุณจะไม่ใช่น้องจบใหม่และตอนนี้คิดไม่ออกว่าจะทำงานอะไร ? ต้องห้ามพลาดบทความนี้ครับ

 

โจทย์แรกถ้าตอนนี้ยังเรียนไม่จบ ให้เริ่มคิดตั้งแต่วันนี้ที่ยังมีโอกาส มีเวลาคิด หาจุดดีของตัวเอง แต่ในโจทย์ของคนที่เรียนจบแล้ว ก็ต้องมามองตัวเองว่า วันนี้ฉันทำอะไรได้ดีแล้วลงมือทำ มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เรียนก็ได้ เพราะเราอาจเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบ แต่การรับปริญญาก็เป็นสิ่งที่ดี คุณได้ตอบแทนพ่อแม่ ตอบแทนน้ำใจครูที่สอน ในมุมผม ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับมนุษย์ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ก็จะเป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน แต่มนุษย์เลือกที่จะตอบแทนแสดงความกตัญญูกับผู้มีพระคุณได้ ซึ่งแบบนี้ผมเชื่อว่ามันทำให้เรามีบารมีที่จะทำให้คนอื่นเห็นว่า เราเป็นบุคคลที่สามารถพัฒนาได้ และต่อไปเราก็จะได้รับการช่วยเหลือจากคนอื่นเข้ามาด้วย

 

"อย่าคิดว่างานไหนไม่มีค่า อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อย่าติดกรอบว่าจะต้องได้เงินเยอะ จงทำงานเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่และเจอตัวเอง" 

สมมติอยากเป็น Youtuber ก็ลองทำดู ด้วยความรู้ความสามารถของคุณ เช่น จบบัญชี ก็ต้อง Creative ว่าจะเป็น Youtuber แบบไหน ? … สอนบัญชีก็ได้ คือต้องใช้จุดที่คุณเก่งจริง ๆ นะ อย่าหลอกตัวเอง แล้วเผยแพร่ออกมาให้มันเกิดประโยชน์ ให้มี Impact เยอะที่สุด หรือถ้าต้องไปทำงานประจำ แต่เห็นเพื่อนเป็น Youtuber ก็อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเขา เพราะเราก็ไม่รู้ว่าที่เขาทำ มันสำเร็จไหม เราอาจแค่คิดว่า เขาสำเร็จ

อีกอย่างคือ เวลาไปเห็นคอนเทนต์เกี่ยวกับเทรนด์อาชีพ เช่น Data Scientist ,Programmer แล้วคุณเรียนบัญชี ไม่ได้อยู่ในเทรนด์ ให้ทำไง .. เรียนเพิ่ม ? ก็เสียเวลาทันที อย่าไปคิดแค่ว่าเราจะต้องเป็นแบบนั้น

 

และถ้ามีคนเข้ามาแนะนำ บอกว่าทำอันนี้สิดี เรียนอันนี้สิ ใช้ชีวิตแบบนี้สิ แต่สุดท้ายเวลาที่คุณ Fail แล้วเดินไปถามเขาว่าจะไปยังไงต่อ เขาไม่รับผิดชอบคุณนะ เขาไม่มาบอกหรอกว่าเวลา Fail แล้วต้องทำยังไง

อย่าพยายามเอาความคิดของคนอื่น มาบอกกับตัวเองว่าเราต้องทำแบบนั้น แต่ถ้าเกิดคุณเลือกแล้วว่าอยากลองทำตามเขา และถ้าเกิดมันไม่ดีขึ้นมา ก็อย่าไปโทษเขา ให้โทษตัวเองว่าเชื่อไปแล้ว ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อ อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ

 

ล่าสุดผมเจอคนนึง เขาขายหมูกระทะ Delivery อย่างเดียวมา 7 ปี แล้วโฆษณาโดยเอาป้ายสติ๊กเกอร์ติดตามเสา รายได้ต่อเดือน 2 แสน ประเด็นที่ยืนยันว่าเขาทำได้จริง ก็ไม่ใช่แค่คำพูด เขากำลังจะซื้อบ้านและให้ผมช่วยดูเรื่อง Statement เขาเอาข้อมูลในแอปฯ ธนาคารให้ดู ผมเห็นเลยว่าย้อนกลับไป 6 เดือน เงินหมุนเวียนของเขาอยู่ที่ล้านสอง ก็คือเดือนละ 2 แสนจริง ประเด็นก็คือ เขาไม่ได้เรียนหนังสือ เขียนแค่ชื่อตัวเองได้อย่างเดียวเลยนะครับ

คำถามคือ ความสำเร็จของเขามาจากไหน ? เขาไม่ได้มีความรู้อะไรเลย แต่วันนี้ที่คุณมีความรู้ระดับปริญญา คุณทำแบบเขาไม่ได้เหรอ ? แต่คุณกลับไปสนใจมองแต่คนที่มีปัญหา คนที่โอดครวญทำตัวเหมือนเหยื่อที่โดนสิงโตเข้าไปล่า แล้วก็บอกว่า ก็ฉันเป็นกวาง ก็ต้องยอมตายกับสังคมแบบนี้

 

ดังนั้น อย่าทำตัวเป็นเหยื่อ หา 1 Thing ให้เจอ ตามกฎเลข 1 ที่ผมบอก ต้องทำมันทั้ง 3 ข้อครับ

อ่านกฎเลข 1 เพิ่มเติมได้ที่ >> https://jobbkk.com/go/1ktZg

 

หาจุดดีของตัวเองไม่เจอ หรือเจอแล้ว แต่คิดว่ามันยังไม่พอ จะยังไงดี ?

คุณไม่คิดว่าตัวเองมีดีเลยเหรอ ? แล้วมันต้องพอสำหรับใคร ? ถ้าสำหรับตัวเอง แล้วตัวเองต้องการอะไร ?

ถามง่าย ๆ ก่อนเลย คุณมองจุดดีเทียบกับอะไร มันต้องมี Benchmark (เกณฑ์มาตรฐาน) ในการเปรียบเทียบของเราก่อน เหมือนผมตอนเด็ก ผมไม่มีดีอะไรเลย ถึงขนาดไม่อยากชื่อ เกรท (Great) รู้สึกไม่อยากเกิดมาเป็นตัวเรา ไม่มีความสุขกับการเป็นตัวผมเลย แล้วผมโง่ด้วย คนบอกว่าโง่ แล้วก็โง่จริง เป็นเด็กมีปัญหา เป็นทุกอย่างที่ทำให้ผมไม่อยากมีชีวิต ผมหาข้อดีของตัวเองไม่เจอและตอนนั้นผมก็ยิ้มไม่ได้เลย

 

ถ้าคุณเปรียบเทียบกับผมในตอนนั้น คุณคิดว่า ตัวเองมีดีอะไร ?

มีอะไรที่เกี่ยวกับตัวเราจริง ๆ …ความพยายาม พยายามมากพอไหม ?

อย่างเช่น การเรียน ถ้ามีครอบครัวที่ดี คอยสนับสนุน มีเพื่อน ญาติพี่น้องคอยอยู่ข้าง ๆ ก็เอาแรงผลักดันดี ๆ แบบนี้ มาผลักดันตัวเอง ผลักดันเพื่อนให้ดีขึ้น พาเพื่อนเรียนให้ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ทั้งกลุ่มเลย

 

ตามหลักการของผม แรงขับมันมี 2 ประเภท คือ

1. Other Motivation หลายคนประมาณ 80% เป็นแบบนี้ คือต้องการการ Motivate จากคนอื่น เพื่อผลักดันตัวเอง

2. Inner  Motivation ก็เหมือนคนเข้าฟิตเนส แล้วไม่ต้องมี Trainer สามารถ Motivate ตัวเองได้

 

ฉะนั้น ถ้าคุณได้แรงผลักดันจากคนอื่น ก็เอามันเข้ามาช่วย แปะฝาบ้านไว้เลย จะเรียนให้จบภายในกี่ปี ,จะเอาเกียรตินิยมมาให้แม่ แล้วก็บอกเพื่อน เอาเกียรตินิยมให้ได้ทั้งกลุ่มเลย

 

 

ที่สำคัญคือ ถ้ามีดีแล้วอยากจะทำดี ก็ต้องมีผลลัพธ์ด้วย ไม่งั้นจะกลายเป็นคนบ้า

ผมจะบอกว่า “คนบ้า” ต่างกับ “ศิลปิน” แค่เส้นบาง ๆ นะครับ

คนบ้าคือ ถ้าผมเป็นไอ้เกรท ที่มาบอกว่า จะมาสร้างอาชีพให้คนล้านคน แล้วก็คิดว่า ต่อไปเทรนด์โลกจะเป็นแบบนี้นะ นวัตกรรมต้องเป็นแบบนี้แล้วมาเล่าให้คุณฟัง คุณก็บอก โห เก่งจังเลย แต่จน 10 ปี ก็ยังไม่มีผลลัพธ์อะไรเลย นี่แหละคนบ้า

แต่ถ้าอยากเป็นศิลปิน อย่าพูดอย่างเดียว ต้องลงมือทำให้เกิดผลลัพธ์ด้วย

 

โดนแรงกดดันจากคนรอบข้างจนเหนื่อย ไม่อยากรับรู้แรงกดดันนั้น แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ พออธิบายอะไรไปก็ได้รับคำแรง ๆ กลับมา จะทำยังไงดี ?

อย่าเพิ่งมองว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี แต่ตอนนี้เรายังเป็นเด็กในสายตาผู้ใหญ่ สมมติมาจากพ่อแม่ ซึ่งเขาเลี้ยงเรามาด้วยความเป็นห่วง เขาก็ต้องหวังดีกับเรา เขาอยากให้เราได้ดี แต่ส่วนมาก คนที่เป็นผู้ใหญ่ ชอบมองความเป็นห่วง มากกว่าความเป็นจริงเสมอ

 

ยกตัวอย่าง พ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูเรา เขาเรียนไม่สูง มีชีวิตลำบาก ไม่ได้รับการยอมรับ ต้องอดทน ร้องไห้คนเดียว ไม่มีความหวังในชีวิตเลย ถามว่าเขาจะอยากให้เรามีชีวิตที่แย่เหมือนเขาไหม ? เขาไม่อยากอยู่แล้ว

ผมจึงอยากให้มองว่า เขาก็ทำดีที่สุดแล้ว แต่เขาอาจจะใช้วิธีการที่ผิด บางคนอาจตี ด่าว่า

หลักการจริง ๆ ถ้าฝากถึงพ่อแม่ หรือผู้ใหญ่ที่กำลังกดดันคนอื่นอยู่ ต้องทำตัวเป็นคุณครู สอน สั่ง แต่อย่าบังคับชีวิตเขา อย่าเอาแรงกดดันและปัญหาของตัวเอง ไปกดดันคนใกล้ตัว เพราะมันไม่มีประโยชน์ มันเหมือนลูกโป่งที่ยิ่งบีบยิ่งหลุดออกจากมือ แล้วถ้าวันนึงมันแตก คุณจะเอามันไม่อยู่

 

แต่ให้คุณคอยเรียนรู้เขาว่า  คุณจะประคองลูกโป่งนั้นให้อยู่ในห้องห้องหนึ่งได้ยังไง ถ้ามีลูกผู้หญิง ก็คุยกับเขาได้ทุกเรื่อง มีแฟนควรทำตัวยังไง ถ้าเป็นผู้ชาย ก็ให้เขาเจอว่าโลกนี้มันเลวร้ายยังไงบ้าง มันมียาเสพติด มีคนไม่ดี สอนให้เขาเห็น ประคองอยู่ร่วมกับเขา

อย่าทำตัวเป็นมนุษย์ลุงมนุษย์ป้าที่พยายามใส่ทุกอย่าง อย่าเอาโลกของตัวเองไปใส่โลกของคนอื่น ให้คิดว่าเขาเป็นลูกและศิษย์ที่เราจะสอน ถ้าเขาหลุดออกจากกรอบที่คุณวาง คุณก็ทำตัวเหมือนบ้านหลังหนึ่งที่พร้อมให้ความอบอุ่นเสมอ

 

สำหรับน้อง ๆ อย่ามองว่าแรงกดดันของพ่อแม่เป็นแรงเชิงลบ มองให้ออกว่า เขาทำเต็มที่แล้ว ลองนั่งคุยกับเขาดูก็ได้ ผมเชื่อว่า เขาไม่ได้อยากบีบให้เราตาย แต่เราเองต่างหากที่ไม่เคยคุยตรงไปตรงมากับเขา

 

ถ้าคุณบอกว่าฉันเก่ง ฉันมีปลายทางของตัวเอง ไม่ต้องมากำหนดชีวิตฉัน เจ๋งจริงก็ลาออกจากมหา’ลัย หรือเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยสิ อย่ามาใช้เงินเขา แล้วต้องรับผิดชอบทุกอย่างให้ได้ด้วยนะ

แต่ถ้าคุณยังอยู่ใต้ร่มเงาเขา กินน้ำของเขา นั่นแปลว่า คุณก็แค่อยากต่อต้านสังคม

 

 

 

Credit :  คุณเกรท ปรมะ ตันเดชาวัฒน์

FB :  เกรทปรมะ - Prmagreat

หางานตามสาขาอาชีพ

jobbkk มีเพียงเว็บเดียวเท่านั้น ไม่มีเว็บเครือข่าย โปรดอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้าง และหากผู้ใดแอบอ้าง ไม่ว่าทาง Email, โทรศัพท์, SMS หรือทางใดก็ตาม จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

Top